.... ผ่าคลอดเลื่อนไปแบบไม่กำหนด
คุณลุงและทางบ้านคุณแม่ ไม่เห็นด้วยกับการหาฤกษ์คลอด
เค๊าอยากให้ไอวี่พร้อมและออกมาเอง
เลยคุยๆกันว่าจะรอให้เจ็บท้องเตือน แล้วค่อยนัดหมออีกครั้ง
เมื่อวันอาทิตย์ไปหาหมอมา คุณหมอบอกไอวี่แข็งแรงดี
ให้ยาบำรุงเพิ่มและนัดครั้งต่อไปอีก 3 สัปดาห์
แม่ นน. เพิ่มมา 7 กิโล แล้ว ดีใจจัง ถ้าถึง 8 กิโลคงไม่ต้องห่วงว่าไอวี่จะตัวเล็กมากนัก
หมอบอกว่าปรกติโดยทั่วไปไอวี่ คงจะกลับหัวแล้ว และที่เต้นๆ
อยู่บนท้องแม่ น่าจะเป็น ขาเล็กๆ ของลูก
พ่อแอบสงสัยว่า ที่จุ๊บๆอยู่ทุกวันหนะ หัวหรือก้นของลูกนะ?
แต่แม่เดาว่าเป็นก้น ^ ^ อิอิ
ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน อากาศเปลี่ยน น้ำท่วมหนักในหลายๆจังหวัด
แต่กรุงเทพยังไม่ท่วม เห็นว่าน้ำจะไหลมาจากเหนือถึงกรุงเทพประมาณวันศุกร์
พี่เลี้ยงไอวี่ก็มาแล้ว คุณพ่อกำลังจะไปรับที่บ้านอาอ๊อดวันศุกร์นี้เหมือนกัน
2 -3 วันนี้แม่รู้สึกไม่ดีเลย
อ้วกติดๆกัน 2 วันแล้ว วันนี้ไม่รู้จะอ้วกอีกไหม T T
แพ้ท้อง 9 เดือนชัวร์ ...ไอวี่ เหอๆๆ
พ่อสงสัยว่าแม่จะเป็นหวัด - ., -
ท้องแม่แข็ง และเป่ง เหมือนลูกโป่งอัดแก็ส ที่พร้อมจะแตกทุกเมื่อ
ไอวี่ถีบแม่แรงขึ้นจนท้องโย้เลย แต่ไม่เจ็บหรอกนะ แค่ตึงๆหนะ
คลื่นไส้ ไม่หาย เหงือกบวมมากขึ้น เลือดซึมทุกวัน
ขาอ่อนเป็นลายจุดๆๆๆ เล็กๆเต็มไปหมด
ตัวบวม จมูกบวม หน้าบวม และเท้าบวม มากขึ้น
พ่อเล่านิทานจบ 100 เรื่องแล้ว
เพิ่งซื้อหนังสือใหม่ ตอนนี้เล่าไปถึงเรื่องที่ 9 ละมั๊ง ^ ^
ไอวี่ชอบฟังนิทานป่าวจ๊ะ? แม่สังเกตว่าลูกดิ้นดุ๊บๆ เวลาพ่อเล่านิทานให้ฟัง
Showing posts with label morning sickness. Show all posts
Showing posts with label morning sickness. Show all posts
Wednesday, October 20, 2010
Thursday, April 22, 2010
8 สัปดาห์ แพ้อย่างต่อเนื่อง
สัปดาห์ที่ 8 ย่างเข้าสัปดาห์ที่ 9 แล้ว ...
คุณแม่ แพ้ท้องค่อนข้างมาก เริ่มแพ้ตั้งแต่ต้นเดือน
อ้วกทุกวัน วันละหลายๆรอบ เบื่ออาหาร และเหม็นกลิ่นของทอดอมน้ำมัน
หมอให้ยาช่วยลดอาการคลื่นไส้มา เหมือนช่วยได้เล็กน้อย
เป็นช่วงที่ลำบากทีเดียวลูกจ๋า T T
น้ำหนักลดลงไป 2 กิโลกรัม
อากาศก็ร้อนจนจะเป็นลม
สิวเห่อเต็มหน้าผาก
ผิวคล้ำ ขึ้น .....
คุณพ่อไปทำงาน ต่างจังหวัด 3 วัน เหงาจังเลย
วันนี้คุณพ่อจะกลับมาหาแล้วนะ แต่คงดึกๆ แล้วเราคงได้กลับบ้านกัน
ปล. 3 วันนี้ไปอยู่บ้านอาม่า กัน
***********************************************
บทความจาก กระปุก
ยิ่ง แพ้ท้อง ยิ่งช่วยปกป้องเจ้าตัวน้อย (M&C แม่และเด็ก)
บ่อยครั้งอาการแพ้ท้องมักสร้างความทรมานและรำคาญให้คุณแม่ แต่คนโบราณมีความเชื่อว่า ยิ่งแพ้ท้องมาก ยิ่งเป็นสัญญาณว่าลูกที่กำลังจะเกิดมา เป็นเด็กที่มีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ซึ่งงานวิจัยชิ้นหนึ่งก็ออกมาสนับสนุนความเชื่อนี้ จากการศึกษาวิจัยหญิงตั้งครรภ์หลายพันคน พบว่า แม่ตั้งครรภ์ที่มีอาการแพ้ท้อง ร่ายกายจะปกป้องตัวเองและทารกจากอันตราย ที่เกิดจากการติดเชื้อของทางเดิน อาหารต่าง ๆ ที่ทานเข้าไป รวมถึงสารเคมีต่าง ๆ ในอาหาร ได้ดีกว่าผู้หญิงทั่วไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ เป็นช่วงที่ทารกมีการเจริญเติบโตของ แขน ขา และระบบประสาทส่วนกลางของทารก ซึ่งอาการแพ้อาหารบางอย่าง หรือแพ้สิ่งที่ไม่เคยแพ้ จะช่วยสร้างระบบป้องกันการติดเชื้อจากธรรมชาติ และไม่เป็นอันตรายต่อทารก
นอกจากนี้ ยังได้มีการศึกษาวิจัยแม่ตั้งครรภ์ที่คลอดลูกออกมาปกติสมบูรณ์ กับแม่ตั้งครรภ์แล้วแท้งลูก เป็นจำนวนหลายพันคน พบว่า แม่ที่แพ้ท้อง มักมีโอกาสประสบความสำเร็จคลอดลูกออกมาสมบูรณ์แข็งแรงกว่าแม่ ที่ไม่มีอาการแพ้ท้องขณะตั้งครรภ์ แต่สำหรับคุณแม่คนไหนที่โชคดี ไม่มีอาการแพ้ท้อง ก็ไม่ต้องวิตกกังวลไป ถือว่าเป็นความโชคดีไปค่ะ
ส่วนใหญ่แล้วอาการแพ้ท้องจะเกิดขึ้นในช่วง ประมาณเดือนที่ 2 ของการตั้งครรภ์คือประมาณสัปดาห์ที่ 6 ขึ้นไป แต่หลังจากเดือนที่ 3 และ 4 ฮอร์โมน HCG เริ่มลดลง อาการแพ้ท้องก็จะค่อย ๆ หายไปด้วยค่ะ
นอกจากนี้สภาพจิตใจและอารมณ์ของแม่เอง ก็มีส่วนทำให้เกิดอาการแพ้ได้ท้องได้เช่นกัน ว่ากันว่าคุณแม่คนไหนที่มีจิตใจอ่อนไหว อารมณ์แปรปรวน มักมีอาการแพ้ท้องมากกว่าแม่ที่อารมณ์มั่นคง จิตใจเข้มแข็ง การดูแลเอาใจจากคนใกล้ชิด ก็เป็นสิ่งที่คุณแม่ท้องต้องการมากกว่าสิ่งใด โดยเฉพาะการเอาอกเอาใจจากคุณสามี เพราะคนท้องมักน้อยใจและหงุดหงิดโดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่รู้ตัวค่ะ
และเราก็มีเทคนิคบรรเทา อาการแพ้ท้องมาแนะนำคุณแม่ด้วยนะคะ
ดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ สักแก้วตอนเช้า จะช่วยให้อาการแพ้ท้องทุเลาลงได้ค่ะ
เวลาทานข้าว อย่าทานให้อิ่มมาก ให้ทานทีละน้อย ๆ แต่แบ่งเป็นหลายมื้อ ทานเสร็จแล้วก็เดินย่อยสักหน่อย อย่านั่งหรือนอนในทันที
หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง ของมัน ของแสลง ของคาว
ควรทานอาหารที่อ่อน ๆ ย่อยง่าย เพราะตอนท้องฮอร์โมนจะสูงขึ้น ทำให้ลำไส้ทำงานช้าลงและย่อยช้า ทำให้ท้องอืดง่าย และทำให้รู้สึกอยากอาเจียนได้
หลังทานข้าวไม่ควรแปรงฟันทันที เพราะแปรงสีฟันที่แหย่เข้าไปในปาก อาจทำให้รู้สึกอาเจียนได้
ก่อนนอนควรพยายามทานอะไรเบา ๆ สักหน่อย เช่น โยเกิร์ต นม เพื่อจะได้ช่วยป้องกันอาการแพ้ท้องหลังตื่นนอนตอนเช้า
พยายามอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศ ถ่ายเท จะได้หายใจเต็มปอด และไม่เกิดอาการวิงเวียน
พยายามอย่าเครียด ทำจิตใจให้สบาย อย่าคิดเล็กคิดน้อย จำไว้ว่าอารมณ์มีผลต่ออาการแพ้ท้องได้ค่ะ
คุณแม่ แพ้ท้องค่อนข้างมาก เริ่มแพ้ตั้งแต่ต้นเดือน
อ้วกทุกวัน วันละหลายๆรอบ เบื่ออาหาร และเหม็นกลิ่นของทอดอมน้ำมัน
หมอให้ยาช่วยลดอาการคลื่นไส้มา เหมือนช่วยได้เล็กน้อย
เป็นช่วงที่ลำบากทีเดียวลูกจ๋า T T
น้ำหนักลดลงไป 2 กิโลกรัม
อากาศก็ร้อนจนจะเป็นลม
สิวเห่อเต็มหน้าผาก
ผิวคล้ำ ขึ้น .....
คุณพ่อไปทำงาน ต่างจังหวัด 3 วัน เหงาจังเลย
วันนี้คุณพ่อจะกลับมาหาแล้วนะ แต่คงดึกๆ แล้วเราคงได้กลับบ้านกัน
ปล. 3 วันนี้ไปอยู่บ้านอาม่า กัน
***********************************************
บทความจาก กระปุก
ยิ่ง แพ้ท้อง ยิ่งช่วยปกป้องเจ้าตัวน้อย (M&C แม่และเด็ก)
บ่อยครั้งอาการแพ้ท้องมักสร้างความทรมานและรำคาญให้คุณแม่ แต่คนโบราณมีความเชื่อว่า ยิ่งแพ้ท้องมาก ยิ่งเป็นสัญญาณว่าลูกที่กำลังจะเกิดมา เป็นเด็กที่มีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ ซึ่งงานวิจัยชิ้นหนึ่งก็ออกมาสนับสนุนความเชื่อนี้ จากการศึกษาวิจัยหญิงตั้งครรภ์หลายพันคน พบว่า แม่ตั้งครรภ์ที่มีอาการแพ้ท้อง ร่ายกายจะปกป้องตัวเองและทารกจากอันตราย ที่เกิดจากการติดเชื้อของทางเดิน อาหารต่าง ๆ ที่ทานเข้าไป รวมถึงสารเคมีต่าง ๆ ในอาหาร ได้ดีกว่าผู้หญิงทั่วไป
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ เป็นช่วงที่ทารกมีการเจริญเติบโตของ แขน ขา และระบบประสาทส่วนกลางของทารก ซึ่งอาการแพ้อาหารบางอย่าง หรือแพ้สิ่งที่ไม่เคยแพ้ จะช่วยสร้างระบบป้องกันการติดเชื้อจากธรรมชาติ และไม่เป็นอันตรายต่อทารก
นอกจากนี้ ยังได้มีการศึกษาวิจัยแม่ตั้งครรภ์ที่คลอดลูกออกมาปกติสมบูรณ์ กับแม่ตั้งครรภ์แล้วแท้งลูก เป็นจำนวนหลายพันคน พบว่า แม่ที่แพ้ท้อง มักมีโอกาสประสบความสำเร็จคลอดลูกออกมาสมบูรณ์แข็งแรงกว่าแม่ ที่ไม่มีอาการแพ้ท้องขณะตั้งครรภ์ แต่สำหรับคุณแม่คนไหนที่โชคดี ไม่มีอาการแพ้ท้อง ก็ไม่ต้องวิตกกังวลไป ถือว่าเป็นความโชคดีไปค่ะ
ส่วนใหญ่แล้วอาการแพ้ท้องจะเกิดขึ้นในช่วง ประมาณเดือนที่ 2 ของการตั้งครรภ์คือประมาณสัปดาห์ที่ 6 ขึ้นไป แต่หลังจากเดือนที่ 3 และ 4 ฮอร์โมน HCG เริ่มลดลง อาการแพ้ท้องก็จะค่อย ๆ หายไปด้วยค่ะ
นอกจากนี้สภาพจิตใจและอารมณ์ของแม่เอง ก็มีส่วนทำให้เกิดอาการแพ้ได้ท้องได้เช่นกัน ว่ากันว่าคุณแม่คนไหนที่มีจิตใจอ่อนไหว อารมณ์แปรปรวน มักมีอาการแพ้ท้องมากกว่าแม่ที่อารมณ์มั่นคง จิตใจเข้มแข็ง การดูแลเอาใจจากคนใกล้ชิด ก็เป็นสิ่งที่คุณแม่ท้องต้องการมากกว่าสิ่งใด โดยเฉพาะการเอาอกเอาใจจากคุณสามี เพราะคนท้องมักน้อยใจและหงุดหงิดโดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่รู้ตัวค่ะ
และเราก็มีเทคนิคบรรเทา อาการแพ้ท้องมาแนะนำคุณแม่ด้วยนะคะ
ดื่มน้ำขิงอุ่น ๆ สักแก้วตอนเช้า จะช่วยให้อาการแพ้ท้องทุเลาลงได้ค่ะ
เวลาทานข้าว อย่าทานให้อิ่มมาก ให้ทานทีละน้อย ๆ แต่แบ่งเป็นหลายมื้อ ทานเสร็จแล้วก็เดินย่อยสักหน่อย อย่านั่งหรือนอนในทันที
หลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้ง ของมัน ของแสลง ของคาว
ควรทานอาหารที่อ่อน ๆ ย่อยง่าย เพราะตอนท้องฮอร์โมนจะสูงขึ้น ทำให้ลำไส้ทำงานช้าลงและย่อยช้า ทำให้ท้องอืดง่าย และทำให้รู้สึกอยากอาเจียนได้
หลังทานข้าวไม่ควรแปรงฟันทันที เพราะแปรงสีฟันที่แหย่เข้าไปในปาก อาจทำให้รู้สึกอาเจียนได้
ก่อนนอนควรพยายามทานอะไรเบา ๆ สักหน่อย เช่น โยเกิร์ต นม เพื่อจะได้ช่วยป้องกันอาการแพ้ท้องหลังตื่นนอนตอนเช้า
พยายามอยู่ในสถานที่ที่มีอากาศ ถ่ายเท จะได้หายใจเต็มปอด และไม่เกิดอาการวิงเวียน
พยายามอย่าเครียด ทำจิตใจให้สบาย อย่าคิดเล็กคิดน้อย จำไว้ว่าอารมณ์มีผลต่ออาการแพ้ท้องได้ค่ะ
Labels:
morning sickness,
pregnancy,
ตั้งครรภ์ 8 สัปดาห์,
อาการแพ้ท้อง
Thursday, April 8, 2010
วันนี้ "บวม"
ตื่นตอนเช้าด้วยอาการ "บวม"
ตาบวม - จมูกบวม และหน้าบวม ใครๆก็ทักว่าวันนี้โทรมจัง
เหมือนคนร้องไห้ทั้งคืน แล้วตื่นมาตอนเช้าแบบเบลอๆ
สงสัยเมื่อคืนอ้วกมากไปหน่อย และ มีไข้หนาวสั่นอ่อนๆ > <"
My -- God --- ฉันจะต้องอยู่ในสภาพนี้อีกนานเท่าไหร่?
2-3 วันนี้คุณแม่แพ้ท้อง มากจัง ทานอาหารอะไรก็ไม่ค่อยได้ เหม็นหืน
โดยเฉพาะพวกหวานจัดๆ และ อมน้ำมันเยอะๆ ขนาดยำหมูแซ่บ ยังขย้อนออกแทบไม่ทัน
ในปาก มีรสฝาดๆลิ้น และ พะอืดพะอมอยู่ตลอดเวลา
อ้วกออกทั้งน้ำลาย น้ำย่อย น้ำมูก และน้ำตา
ไม่แปลกที่จะดู จมูกเบ่ง ตาบวม เหมือนคนเพิ่งร้องไห้มา T T
เรื่องลำบากสำหรับช่วงนี้คือ หาของกิน ยังงัยให้กินได้อย่างมีความสุข
เพราะทุกอย่างดูเหมือนไม่น่ากินไปหมด
ตาบวม - จมูกบวม และหน้าบวม ใครๆก็ทักว่าวันนี้โทรมจัง
เหมือนคนร้องไห้ทั้งคืน แล้วตื่นมาตอนเช้าแบบเบลอๆ
สงสัยเมื่อคืนอ้วกมากไปหน่อย และ มีไข้หนาวสั่นอ่อนๆ > <"
My -- God --- ฉันจะต้องอยู่ในสภาพนี้อีกนานเท่าไหร่?
2-3 วันนี้คุณแม่แพ้ท้อง มากจัง ทานอาหารอะไรก็ไม่ค่อยได้ เหม็นหืน
โดยเฉพาะพวกหวานจัดๆ และ อมน้ำมันเยอะๆ ขนาดยำหมูแซ่บ ยังขย้อนออกแทบไม่ทัน
ในปาก มีรสฝาดๆลิ้น และ พะอืดพะอมอยู่ตลอดเวลา
อ้วกออกทั้งน้ำลาย น้ำย่อย น้ำมูก และน้ำตา
ไม่แปลกที่จะดู จมูกเบ่ง ตาบวม เหมือนคนเพิ่งร้องไห้มา T T
เรื่องลำบากสำหรับช่วงนี้คือ หาของกิน ยังงัยให้กินได้อย่างมีความสุข
เพราะทุกอย่างดูเหมือนไม่น่ากินไปหมด
Subscribe to:
Posts (Atom)