ตั้งหน้าตั้งตารอว่าเมื่อไหร่หนูะคลอด
เล่นอยู่ในท้องคนเดียวไม่สนุกหรอก
ออกมาเล่นกะคุณพ่อ ดีกว่ามั๊ยจ๊ะ
อาอ้อมก็รอเล่นกะหนูอยู่
แม่บอกหนูแป็บเดียวเมื่อคืน ตี 1 กว่าๆก็เจ็บท้องเตือนเลย
^ ^
วันนี้ไปหาหมอตอนเช้า เพื่อดูว่าจะผ่าคลอดได้วันไหน?
วันอาทิตย์ที่ไปตรวจหมอบอกว่าไอวี่น่าจะโตได้อีกและคลอดได้น่าจะวันที่ 20 กว่าๆ
4 วันที่ผ่านมา นน. แม่ลดไป 1/2 กก. ^ ^"
คงเพราะกินอะไรไม่ค่อยได้มากช่วงหลัง
หมอบอกว่าไอวี่คงโตขึ้นอีกไม่เยอะแล้ว
จึงนัดผ่าคลอดพรุ่งนี้
ตรงตามฤกษ์ที่ดูไว้เลยนะจ๊ะ
แต่แอบตกใจนิดนึงเพราะ ยังไม่ได้เตรียมใจ ว่าจะผ่าเลย
ตื่นเต้น + กลัวๆ
พรุ่งนี้แม่จะได้เจอหน้าลูกแล้ว ^ ^
อาอ้อมกะพ่อก็อยากเล่นกะหนูเต็มที่แล้ว
เมื่อคืนพ่อก็หาชื่อเตรียมไว้ให้หนูหลายชื่อเลย
อาอ้อม แม่ และคุณย่า ชอบชื่อ "ม่านฟ้า"
ไอวี่ชอบชื่อนี้ป่าวจ๊ะ? ^ ^
รักลูกนะจ๊ะ คิดแล้วน้ำตาจะไหล
บอกไม่ถูกเลย ดีใจจังพรุ่งนี้จะเจอลูกแล้ว
เดี๋ยวต้องไปเตรียมของไป รพ. อีก
เจอกันพรุ่งนี้นะ ขอให้ไอวี่เป็นเด็กดี
สุขภาพแข็งแรง *3*
ปล. ครัวยังไม่เสร็จ -*- ไม่รู้จะทันวันที่ไอวี่กลับบ้านป่าว
Showing posts with label ตั้งครรภ์. Show all posts
Showing posts with label ตั้งครรภ์. Show all posts
Thursday, November 18, 2010
Tuesday, November 16, 2010
สัปดาห์ที่ 39
ไอวี่จ๋า สัปดาห์ที่ 39 แล้วนะลูก
ช่วงนี้แม่เป็นกรดไหลย้อน เท้าบวมตุ่ยยังกะเท้าช้าง
และริดซี่ เจ็บแปล็บๆข้างๆพุง
รวมถึงเหงือกอักเสบ T T ขนาดตัดออกไปแล้ว ยังโผล่มาใหม่ได้อีก
รูปพุงแหลมมากจนใครๆที่ไม่เคยเห็นทักว่า ไอวี่ต้องเป็นเด็กผู้ชายชัวร์
หุหุ หนูจะเป็นสาวห้าวรึป่าวนะ?
เมื่อวันที่ 14 วันอาทิตย์ที่ผ่านมา....แม่ไปหาคุณหมอมาจ๊ะั
คุณหมอบอกว่าหนูหนักประมาณ 2.8 กก. ละนะ ^^
แถมบอกว่ายังโตได้อีก .... O__O โอว...จะถึง 3 กก.ไหมเนี่ย?
แม่อยากจะคลอด 19 นี้จังเลย
เพราะฤกษ์ดี แต่ก็ไม่รู้ว่าไอวี่อยากจะออกมาดูโลกแล้วหรือยัง?
ระหว่างนี้แม่แอบทำครัวไม่บอกที่บ้าน เพราะคนจีนเค๊าถือ
แต่คุณหมอบอกไม่เกี่ยวหรอก ไอวี่อยู่ในท้องแม่จะไปเกี่ยวอะไรกะการต่อเติมครัว
ทำไว้เตรียมไว้ทำกับข้าวอยู่ไฟ ช่างมาขุด เจาะ ตอกโป๊กๆ น่ารำคาญ
ถ้ารอหนูหลอด หนูคงรำคาญแย่เลย ทั้งเสียง ทั้งฝุ่น
ต้องรีบทำให้เสร็จก่อนหนูจะออกมา จริงไหม?
ไอวี่อยากจะออกมาดูโลกวันไหนน๊า? .. แม่ตั้งหน้าตั้งตารออยู่
ช่วงนี้แม่เป็นกรดไหลย้อน เท้าบวมตุ่ยยังกะเท้าช้าง
และริดซี่ เจ็บแปล็บๆข้างๆพุง
รวมถึงเหงือกอักเสบ T T ขนาดตัดออกไปแล้ว ยังโผล่มาใหม่ได้อีก
รูปพุงแหลมมากจนใครๆที่ไม่เคยเห็นทักว่า ไอวี่ต้องเป็นเด็กผู้ชายชัวร์
หุหุ หนูจะเป็นสาวห้าวรึป่าวนะ?
เมื่อวันที่ 14 วันอาทิตย์ที่ผ่านมา....แม่ไปหาคุณหมอมาจ๊ะั
คุณหมอบอกว่าหนูหนักประมาณ 2.8 กก. ละนะ ^^
แถมบอกว่ายังโตได้อีก .... O__O โอว...จะถึง 3 กก.ไหมเนี่ย?
แม่อยากจะคลอด 19 นี้จังเลย
เพราะฤกษ์ดี แต่ก็ไม่รู้ว่าไอวี่อยากจะออกมาดูโลกแล้วหรือยัง?
ระหว่างนี้แม่แอบทำครัวไม่บอกที่บ้าน เพราะคนจีนเค๊าถือ
แต่คุณหมอบอกไม่เกี่ยวหรอก ไอวี่อยู่ในท้องแม่จะไปเกี่ยวอะไรกะการต่อเติมครัว
ทำไว้เตรียมไว้ทำกับข้าวอยู่ไฟ ช่างมาขุด เจาะ ตอกโป๊กๆ น่ารำคาญ
ถ้ารอหนูหลอด หนูคงรำคาญแย่เลย ทั้งเสียง ทั้งฝุ่น
ต้องรีบทำให้เสร็จก่อนหนูจะออกมา จริงไหม?
ไอวี่อยากจะออกมาดูโลกวันไหนน๊า? .. แม่ตั้งหน้าตั้งตารออยู่
Saturday, October 23, 2010
วันปิยะ ...ที่แสนเหนื่อย
พี่เลี้ยงใหม่ของไอวี่มาแล้วนะจ๊ะ
พ่อไปรับมาเมื่อวานนี้ ชื่อ พี่หน่อย Import จากทางเหนือเลยนะลูก
แม่บ้านคนแรกของบ้านเรา ทำเอาคุณพ่อวางตัวไม่ค่อยถูกเลย หุหุ
กลับมาซะดึกเลย เมื่อวาน... วันนี้เลยตื่นสายนิดนึง
เช้าพ่อพอขับแตงโมไปตระเวนหาสปาที่จะนวดแม่
ตกลงได้ซื้อคูปองนวดมา 5000 บาท ได้นวดสปากันถึงปีหน้าเลย
สายๆก็นวดแผนไทยผ่อนคลาย ช่วงนี้ นวดไทย สัปดาห์ละครั้ง
เพราะแม่ปวดเมื่อยมากมาย ท้องก็ใหญ่ ไอวี่ก็ขยันดิ้น
เพราะเลือดท่วมปากทุกวันจนแม่รำคาญ กินอะไรก็ลำบาก
ตอนบ่ายเลยตั้งใจไปหาหมอฟัน
ตรวจแล้วสรุปว่า ....ต้องตัดเหงือกที่บวมอักเสบออก
เพราะมันบวมมากจนไม่น่ายุบได้เอง เจ็บใช้ได้เลย โดยเฉพาะตอนฉีดยาชา T 0 T
เพราะไอวี่ดิ้นๆ คุณหมอเลยไม่กล้าฉายแสงรักษาแผลนานๆ
เลือดไหลซึมๆนานเป็นชม. กว่าจะหยุด หมดไปอีก 1050 บาท
แล้วแวะไปออฟฟิศคุณลุงหาอาม่าอากง
กลับถึงบ้านก็หัวค่ำ แวะออกไปซื้อของกินของใช้เพิ่มให้พี่เลี้ยง
วันนี้แม่กินข้าวเย็นไม่ได้ เพราะกลัวแผลเหงือกอักเสบ
กว่าจะได้อาบน้ำ และเข้ามาเขียนบันทึก
4 ทุ่มเข้าไปละ เหนื่อยจริงๆวันนี้
พ่อไปรับมาเมื่อวานนี้ ชื่อ พี่หน่อย Import จากทางเหนือเลยนะลูก
แม่บ้านคนแรกของบ้านเรา ทำเอาคุณพ่อวางตัวไม่ค่อยถูกเลย หุหุ
กลับมาซะดึกเลย เมื่อวาน... วันนี้เลยตื่นสายนิดนึง
เช้าพ่อพอขับแตงโมไปตระเวนหาสปาที่จะนวดแม่
ตกลงได้ซื้อคูปองนวดมา 5000 บาท ได้นวดสปากันถึงปีหน้าเลย
สายๆก็นวดแผนไทยผ่อนคลาย ช่วงนี้ นวดไทย สัปดาห์ละครั้ง
เพราะแม่ปวดเมื่อยมากมาย ท้องก็ใหญ่ ไอวี่ก็ขยันดิ้น
เพราะเลือดท่วมปากทุกวันจนแม่รำคาญ กินอะไรก็ลำบาก
ตอนบ่ายเลยตั้งใจไปหาหมอฟัน
ตรวจแล้วสรุปว่า ....ต้องตัดเหงือกที่บวมอักเสบออก
เพราะมันบวมมากจนไม่น่ายุบได้เอง เจ็บใช้ได้เลย โดยเฉพาะตอนฉีดยาชา T 0 T
เพราะไอวี่ดิ้นๆ คุณหมอเลยไม่กล้าฉายแสงรักษาแผลนานๆ
เลือดไหลซึมๆนานเป็นชม. กว่าจะหยุด หมดไปอีก 1050 บาท
แล้วแวะไปออฟฟิศคุณลุงหาอาม่าอากง
กลับถึงบ้านก็หัวค่ำ แวะออกไปซื้อของกินของใช้เพิ่มให้พี่เลี้ยง
วันนี้แม่กินข้าวเย็นไม่ได้ เพราะกลัวแผลเหงือกอักเสบ
กว่าจะได้อาบน้ำ และเข้ามาเขียนบันทึก
4 ทุ่มเข้าไปละ เหนื่อยจริงๆวันนี้
Wednesday, October 20, 2010
สัปดาห์ที่ 35
.... ผ่าคลอดเลื่อนไปแบบไม่กำหนด
คุณลุงและทางบ้านคุณแม่ ไม่เห็นด้วยกับการหาฤกษ์คลอด
เค๊าอยากให้ไอวี่พร้อมและออกมาเอง
เลยคุยๆกันว่าจะรอให้เจ็บท้องเตือน แล้วค่อยนัดหมออีกครั้ง
เมื่อวันอาทิตย์ไปหาหมอมา คุณหมอบอกไอวี่แข็งแรงดี
ให้ยาบำรุงเพิ่มและนัดครั้งต่อไปอีก 3 สัปดาห์
แม่ นน. เพิ่มมา 7 กิโล แล้ว ดีใจจัง ถ้าถึง 8 กิโลคงไม่ต้องห่วงว่าไอวี่จะตัวเล็กมากนัก
หมอบอกว่าปรกติโดยทั่วไปไอวี่ คงจะกลับหัวแล้ว และที่เต้นๆ
อยู่บนท้องแม่ น่าจะเป็น ขาเล็กๆ ของลูก
พ่อแอบสงสัยว่า ที่จุ๊บๆอยู่ทุกวันหนะ หัวหรือก้นของลูกนะ?
แต่แม่เดาว่าเป็นก้น ^ ^ อิอิ
ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน อากาศเปลี่ยน น้ำท่วมหนักในหลายๆจังหวัด
แต่กรุงเทพยังไม่ท่วม เห็นว่าน้ำจะไหลมาจากเหนือถึงกรุงเทพประมาณวันศุกร์
พี่เลี้ยงไอวี่ก็มาแล้ว คุณพ่อกำลังจะไปรับที่บ้านอาอ๊อดวันศุกร์นี้เหมือนกัน
2 -3 วันนี้แม่รู้สึกไม่ดีเลย
อ้วกติดๆกัน 2 วันแล้ว วันนี้ไม่รู้จะอ้วกอีกไหม T T
แพ้ท้อง 9 เดือนชัวร์ ...ไอวี่ เหอๆๆ
พ่อสงสัยว่าแม่จะเป็นหวัด - ., -
ท้องแม่แข็ง และเป่ง เหมือนลูกโป่งอัดแก็ส ที่พร้อมจะแตกทุกเมื่อ
ไอวี่ถีบแม่แรงขึ้นจนท้องโย้เลย แต่ไม่เจ็บหรอกนะ แค่ตึงๆหนะ
คลื่นไส้ ไม่หาย เหงือกบวมมากขึ้น เลือดซึมทุกวัน
ขาอ่อนเป็นลายจุดๆๆๆ เล็กๆเต็มไปหมด
ตัวบวม จมูกบวม หน้าบวม และเท้าบวม มากขึ้น
พ่อเล่านิทานจบ 100 เรื่องแล้ว
เพิ่งซื้อหนังสือใหม่ ตอนนี้เล่าไปถึงเรื่องที่ 9 ละมั๊ง ^ ^
ไอวี่ชอบฟังนิทานป่าวจ๊ะ? แม่สังเกตว่าลูกดิ้นดุ๊บๆ เวลาพ่อเล่านิทานให้ฟัง
คุณลุงและทางบ้านคุณแม่ ไม่เห็นด้วยกับการหาฤกษ์คลอด
เค๊าอยากให้ไอวี่พร้อมและออกมาเอง
เลยคุยๆกันว่าจะรอให้เจ็บท้องเตือน แล้วค่อยนัดหมออีกครั้ง
เมื่อวันอาทิตย์ไปหาหมอมา คุณหมอบอกไอวี่แข็งแรงดี
ให้ยาบำรุงเพิ่มและนัดครั้งต่อไปอีก 3 สัปดาห์
แม่ นน. เพิ่มมา 7 กิโล แล้ว ดีใจจัง ถ้าถึง 8 กิโลคงไม่ต้องห่วงว่าไอวี่จะตัวเล็กมากนัก
หมอบอกว่าปรกติโดยทั่วไปไอวี่ คงจะกลับหัวแล้ว และที่เต้นๆ
อยู่บนท้องแม่ น่าจะเป็น ขาเล็กๆ ของลูก
พ่อแอบสงสัยว่า ที่จุ๊บๆอยู่ทุกวันหนะ หัวหรือก้นของลูกนะ?
แต่แม่เดาว่าเป็นก้น ^ ^ อิอิ
ช่วงนี้ฝนตกทุกวัน อากาศเปลี่ยน น้ำท่วมหนักในหลายๆจังหวัด
แต่กรุงเทพยังไม่ท่วม เห็นว่าน้ำจะไหลมาจากเหนือถึงกรุงเทพประมาณวันศุกร์
พี่เลี้ยงไอวี่ก็มาแล้ว คุณพ่อกำลังจะไปรับที่บ้านอาอ๊อดวันศุกร์นี้เหมือนกัน
2 -3 วันนี้แม่รู้สึกไม่ดีเลย
อ้วกติดๆกัน 2 วันแล้ว วันนี้ไม่รู้จะอ้วกอีกไหม T T
แพ้ท้อง 9 เดือนชัวร์ ...ไอวี่ เหอๆๆ
พ่อสงสัยว่าแม่จะเป็นหวัด - ., -
ท้องแม่แข็ง และเป่ง เหมือนลูกโป่งอัดแก็ส ที่พร้อมจะแตกทุกเมื่อ
ไอวี่ถีบแม่แรงขึ้นจนท้องโย้เลย แต่ไม่เจ็บหรอกนะ แค่ตึงๆหนะ
คลื่นไส้ ไม่หาย เหงือกบวมมากขึ้น เลือดซึมทุกวัน
ขาอ่อนเป็นลายจุดๆๆๆ เล็กๆเต็มไปหมด
ตัวบวม จมูกบวม หน้าบวม และเท้าบวม มากขึ้น
พ่อเล่านิทานจบ 100 เรื่องแล้ว
เพิ่งซื้อหนังสือใหม่ ตอนนี้เล่าไปถึงเรื่องที่ 9 ละมั๊ง ^ ^
ไอวี่ชอบฟังนิทานป่าวจ๊ะ? แม่สังเกตว่าลูกดิ้นดุ๊บๆ เวลาพ่อเล่านิทานให้ฟัง
Labels:
35 สัปดาห์,
morning sickness,
ตั้งครรภ์,
โรคหวัด,
อาการแพ้ท้อง
Wednesday, October 6, 2010
ย่างเข้าเดือนที่ 8
ย่างเข้าเดือนที่ 8 แล้วนะจ๊ะ ไอวี่
ช่วงนี้ลูกร่าเริง ทั้งดิ้น ทั้งถีบ ทุกวันเลย ^ ^"
บางวันก็ดิ้นแรงจนแม่สะดุ้ง
2-3 วันนี้ อาการแม่ไม่ค่อยดี พะอืด พะอม และ อ้วก
อ้วกมาจะ 8 เดือนแล้ว คง อ้วกถึงคลอดเลยละมั๊ง เหอๆ
อาการทั่วๆไป
เจ็บก้นกบ เมื่อยเนื้อตัว ข้อเท้าบวม จมูกบวม หน้าเริ่มบาน
และที่รำคาญที่สุด เห็นจะเป็นเหงือกอักเสบ และกลิ่นปาก
ท้องขยาย จนสะดือเริ่มตึงๆเหมือนท้องจะแตกโพล๊ะ ได้ทุกเมื่อ
เจ็บหน่วงๆกล้ามเนื้อที่ท้อง ต้องใส่ที่พยุงคอยช่วยไว้
ท้องผูกเหมือนเดิม ...
พ่อเล่านิทานให้ฟังถึงเรื่องที่ 90 แล้วนะ แม่ร้องเพลง Puff ให้ฟังทุกวันด้วย
ลูกจำได้ป่าวนะ???
ช่วงนี้ลูกร่าเริง ทั้งดิ้น ทั้งถีบ ทุกวันเลย ^ ^"
บางวันก็ดิ้นแรงจนแม่สะดุ้ง
2-3 วันนี้ อาการแม่ไม่ค่อยดี พะอืด พะอม และ อ้วก
อ้วกมาจะ 8 เดือนแล้ว คง อ้วกถึงคลอดเลยละมั๊ง เหอๆ
อาการทั่วๆไป
เจ็บก้นกบ เมื่อยเนื้อตัว ข้อเท้าบวม จมูกบวม หน้าเริ่มบาน
และที่รำคาญที่สุด เห็นจะเป็นเหงือกอักเสบ และกลิ่นปาก
ท้องขยาย จนสะดือเริ่มตึงๆเหมือนท้องจะแตกโพล๊ะ ได้ทุกเมื่อ
เจ็บหน่วงๆกล้ามเนื้อที่ท้อง ต้องใส่ที่พยุงคอยช่วยไว้
ท้องผูกเหมือนเดิม ...
พ่อเล่านิทานให้ฟังถึงเรื่องที่ 90 แล้วนะ แม่ร้องเพลง Puff ให้ฟังทุกวันด้วย
ลูกจำได้ป่าวนะ???
Thursday, September 9, 2010
เลือดท่วมปาก ภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์
ย่างเข้าเดือนที่ 7 แล้ว
อาการแพ้ท้องลดลงไปเยอะ
พะอืดพะอมบ้าง แต่อ้วกน้อยลง
แม่ นน. 55 กก.แล้ว ถือว่ายังขึ้นจากเดิมไม่มาก (ตอนแพ้หนักๆ 50 กก.)
ไอวี่ ดิ้นแรงขึ้น และบ่อยขึ้น
วันนี้เลือดท่วมปากอีกแล้ว เพราะเม็ดละมุดสะกิดถูกเหงือก ฟันหน้าอาบเลือดทั้งแถว หึหึ
น้านกตกใจ บอกให้รีบไปบ้วนปาก (จริงๆก็ท่วมมาหลายครั้งแล้ว)
แรกๆคิดว่าเลือดออกตามไรฟัน หาวิตามินซีมากิน แต่ก็ไม่ช่วยอะไร
หมอบอกว่า เป็น ภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ เหงือกจะบานออก
ซ้อนทับกัน สะกิดเบาๆก็เลือดออกได้ ดังนั้นแปรงฟันต้องระวังอย่างยิ่ง
ถ้าบานมากๆต้องไปหาหมอฟัน ให้ตัดเหงือกที่เกินออก -*-
ช่วงนี้ก็ต้องระวังกระเพาะปัสสาวะอักเสบ กะตะคริว -0-
ชีวิตระหว่างตั้งครรภ์นี่น่ารำคาญเสียจริง
แต่ก็รู้สึกดี เวลารู้ว่าไอวี่ดิ้นดุ๊บๆอยู่ในท้อง ^ ^
คุณพ่อเองก็เล่านิทานก่อนนอนให้หนูฟังทุกวันเลย รู้ป่าวจ๊ะ?
โชคดีที่เดือนนี้พ่อไป ตจว. วันเดียว ไม่งั้นแม่เหี่ยวแห้งหัวโตแน่เลย
รักไอวี่นะคะ จุ๊บๆ
อาการแพ้ท้องลดลงไปเยอะ
พะอืดพะอมบ้าง แต่อ้วกน้อยลง
แม่ นน. 55 กก.แล้ว ถือว่ายังขึ้นจากเดิมไม่มาก (ตอนแพ้หนักๆ 50 กก.)
ไอวี่ ดิ้นแรงขึ้น และบ่อยขึ้น
วันนี้เลือดท่วมปากอีกแล้ว เพราะเม็ดละมุดสะกิดถูกเหงือก ฟันหน้าอาบเลือดทั้งแถว หึหึ
น้านกตกใจ บอกให้รีบไปบ้วนปาก (จริงๆก็ท่วมมาหลายครั้งแล้ว)
แรกๆคิดว่าเลือดออกตามไรฟัน หาวิตามินซีมากิน แต่ก็ไม่ช่วยอะไร
หมอบอกว่า เป็น ภาวะแทรกซ้อนของการตั้งครรภ์ เหงือกจะบานออก
ซ้อนทับกัน สะกิดเบาๆก็เลือดออกได้ ดังนั้นแปรงฟันต้องระวังอย่างยิ่ง
ถ้าบานมากๆต้องไปหาหมอฟัน ให้ตัดเหงือกที่เกินออก -*-
ช่วงนี้ก็ต้องระวังกระเพาะปัสสาวะอักเสบ กะตะคริว -0-
ชีวิตระหว่างตั้งครรภ์นี่น่ารำคาญเสียจริง
แต่ก็รู้สึกดี เวลารู้ว่าไอวี่ดิ้นดุ๊บๆอยู่ในท้อง ^ ^
คุณพ่อเองก็เล่านิทานก่อนนอนให้หนูฟังทุกวันเลย รู้ป่าวจ๊ะ?
โชคดีที่เดือนนี้พ่อไป ตจว. วันเดียว ไม่งั้นแม่เหี่ยวแห้งหัวโตแน่เลย
รักไอวี่นะคะ จุ๊บๆ
Tuesday, July 20, 2010
กลางสัปดาห์ ที่ต้องอยู่ให้ได้ / วิธีรับมือโรคซึมเศร้า ระหว่างตั้งครรภ์
วันนี้ไอวี่ตื้นเช้า ดิ้นนานเป็นพิเศษ
ลูกจะรู้รึเปล่าว่าคุณพ่อจะไปชลบุรี ถึงดุ๊บๆ ปลุกแม่?
ติดรถป้าหยิมมาทำงาน ป้าหยิมเองก็กำลังมีน้อง เป็นเพื่อนไอวี่เลย
ตามมาติดๆประมาณ 2-3 เดือน
แม่คิดถึงพ่อจังเลยลูก
กลัวจังว่าจะหงอยเหงาหดหู่ กลัวน้ำตาจะไหล
ตอนนี้ยังทำใจได้อยู่ เพราะเพิ่งเจอกันเมื่อเช้า
เราต้องอยู่กัน ให้ได้ใช่ไหม? แค่ 2 วันเอง
(แต่พ่อไป ตจว. บ่อยจัง)
อากาศในออฟฟิศ เย็นกำลังดี
งานแม่ไม่ค่อยจะมีให้ทำ นั่งเล่นเน็ทเรื่อยๆ
ส่วนน้านก ก็ง่วนกับการหาอะไรมาทำ (น้านกนี่ขยันจริงๆ ^^)
ไอวี่โตมาต้องขยันแบบน้านก กะอาม่านะ อิอิ
แม่สั่งซื้อชุดหลอดไฟสังฆทานมาด้วยนะ ไว้พ่อกลับมา
เรา 3 คนไปทำบุญเข้าพรรษากัน ให้หลอดไฟสว่างไสว
ให้ไอวี่ฉลาดหัวไบร์ท ชีวิตสดใสเหมือนแสงไฟนะจ๊ะ *-*
**************************************
โรคซึมเศร้ากับหญิงตั้งครรภ์
เป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่โยงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสภาพอารมณ์ของผู้ เป็นแม่ในขณะตั้งครรภ์กับพัฒนาการของทารกในครรภ์ เมื่อพบว่า หากระหว่างที่ตั้งครรภ์นั้น ผู้เป็นแม่ประสบกับภาวะเครียด เศร้า หดหู่บ่อย ๆ จะส่งผลให้ทารกในครรภ์มีโอกาส "ก้าวร้าว" ในช่วงวัยรุ่นสูงกว่าเด็กที่แม่มีสภาพจิตใจร่าเริงได้
ไม่เพียงเท่านั้น ผลกระทบที่เกิดจากความหดหู่ของแม่ตั้งครรภ์เมื่อส่งต่อไปยังลูกทำให้ลูกมี พฤติกรรมก้าวร้าวแล้ว ก็ยังทำให้เด็กกลุ่มนี้มีโอกาส "หดหู่-เศร้าหมอง" ในอนาคตเมื่อตนเองต้องตั้งครรภ์เป็นแม่คนด้วยเช่นกัน
ศาสตราจารย์เดล เอฟ. เฮย์ (Dale F. Hay) นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย Cardiff ผู้ทำการศึกษาวิจัยในประเด็นดังกล่าวได้ระบุว่า งานวิจัยชิ้นนี้ได้ทำการเก็บข้อมูลจากครอบครัวชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในแหล่ง ชุมชน ผ่านการสัมภาษณ์ โดยเป็นเด็กวัยรุ่นชาวอังกฤษจำนวน 120 คน ในช่วงที่เด็กเหล่านั้นอายุ 4, 11 และ 16 ปี รวมถึงพ่อแม่ของพวกเขา ซึ่งในจำนวนนี้พบว่า แม่ของเด็กถึง 1 ใน 3 หรือเท่ากับ 40 คนมีอาการซึมเศร้าระหว่างตั้งครรรภ์
นักวิจัยระบุว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะครอบครัวเหล่านี้อาศัยอยู่ในเขตเมืองที่มีความจอแจ และบางแห่งก็เป็นแหล่งเสื่อมโทรม จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่อธิบายได้ว่า เพราะเหตุใดจึงทำให้ผู้เป็นแม่เกิดความรู้สึกไม่สบายใจไม่สบายกายในระหว่าง ตั้งครรภ์ได้
นอกจากนั้น จากการสัมภาษณ์เด็กทั้ง 120 คน ศาสตราจารย์เฮย์ และทีมงานระบุว่า เด็กกลุ่มที่มารดามีภาวะซึมเศร้าระหว่างตั้งครรรภ์ เมื่อเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นมีโอกาสจะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวได้มากกว่าเด็กคน อื่น ๆ ถึง 4 เท่า ในขณะที่เด็กวัยรุ่นซึ่งขณะตั้งครรภ์ ผู้เป็นแม่มีอารมณ์ร่าเริงมีความเสี่ยงที่จะเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวได้น้อย กว่า โดยเธอยังได้อ้างถึงงานวิจัยในอดีตที่มีการศึกษาเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลง ทางอารมณ์ของแม่ตั้งครรภ์ว่ามีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองของทารกในครรภ์ขึ้น มากล่าวด้วย อย่างไรก็ดี งานวิจัยชิ้นนี้ของเธอ ไม่ได้นำเรื่องยีนเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
"จากงานวิจัยชิ้นนี้ ได้ชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงที่เคยมีประวัติด้านพฤติกรรมก้าวร้าว มีโอกาสจะเป็นโรคซึมเศร้าได้เมื่อพวกเธอตั้งครรภ์ เธอจึงเป็นคุณแม่กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษหากจะให้กำเนิด ทารก" ศาสตราจารย์เฮย์กล่าวปิดท้าย
เพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะหดหู่ ซึมเศร้าต้องทำร้ายคุณแม่ตั้งครรภ์ดังกล่าว ทีมงาน Life & Family จึงได้มองหาแนวทางป้องกัน-แก้ไขจาก womenhealth มาฝากกันค่ะ ซึ่งได้แก่
1. จงเลือกเป็นผู้ควบคุมชีวิตของตัวเอง
เริ่มจากการสำรวจตรวจสอบรูปแบบการใช้ชีวิตของคุณ ด้วยการจดสิ่งที่คุณทำในแต่ละวันลงในกระดาษ ทั้งงานบ้าน งานที่ออฟฟิศ และงานอื่น ๆ จากนั้นก็พิจารณากิจกรรมเหล่านั้นด้วยใจที่เป็นธรรมสักนิดว่ามันเป็นกิจกรรม ที่ทำให้คุณรู้สึกพอใจหรือไม่ คุณใช้เวลาหมดไปกับสิ่งเหล่านั้นมากเกินกว่าจะหันมาสนใจตัวเอง หาเวลาให้ตัวเองหรือไม่ หรือมันเป็นงานที่คุณทำแล้วรู้สึกภาคภูมิใจกับมันหรือไม่
หากผลออกมาเป็นไม่ ก็ถึงเวลาที่คุณต้องตัดบางสิ่งออก และหันมาใส่ใจกับการให้เวลาตัวเองด้วยการเลือกทำกิจกรรมที่ตนเองชอบ สนใจ และมีความสุขแทน ซึ่งคุณก็จะได้เวลาบางช่วงกลับคืนมา เช่น ได้นอนหลับแต่หัวค่ำขึ้น ได้อ่านหนังสือที่มีประโยชน์สำหรับแม่ตั้งครรภ์มากขึ้น ฯลฯ
2. ยอมรับว่ามีบางอย่างที่คุณควบคุมไม่ได้เหมือนกัน
แม้ว่าจะผ่านข้อแรกมาด้วยการบอกว่า ให้คุณกลับขึ้นมาเป็นผู้ควบคุมชีวิตตัวเอง แต่กระนั้น การตั้งครรภ์ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้อยู่เช่นกัน เช่น อาการแพ้ท้อง ความรู้สึกหงุดหงิด การปวดหลัง ปวดขา นิ้วชา หรือการนัดหมายกับแพทย์เพื่อตรวจครรภ์ ดังนั้น ในจุดที่ควบคุมไม่ได้ ก็ยอมรับกับตัวเองว่าควบคุมไม่ได้จะเป็นผลดีต่ออารมณ์และความรู้สึกมากกว่า การปฏิบัติตัวในเชิงต่อต้าน
3. จงเป็นผู้ประเมินความรู้สึกตัวเอง
ไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามี แพทย์ เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน หรือพ่อแม่ มาเป็นผู้ประเมินความรู้สึกของคุณ เพราะคุณเองคือผู้ที่ทราบว่าคุณต้องการอะไร งานที่คุณทำหนักเพียงใด คุณพักผ่อนเพียงพอหรือไม่ รับประทานอาหารน้อยไปหรือเปล่า เพราะทั้งหมดนี้คือ การใช้ชีวิตของคุณเองในระหว่างตั้งครรภ์ จากนั้น จึงค่อยนำผลที่ประเมินได้มาขอคำปรึกษา-ความช่วยเหลือจากแพทย์ สามี หรือคนรอบข้างถึงวิธีการที่เขาเหล่านั้นจะช่วยเหลือคุณให้พ้นจากภาวะดัง กล่าว
4. อย่าเก่งคนเดียว..หาเวลาพักบ้าง
หากงานที่ทำไม่ใช่งานเฉพาะเจาะจงเช่น งานด้านกฎหมาย แต่เป็นงานทั่วไปในองค์กร การแจ้งหัวหน้างานเกี่ยวกับงานที่คุณทำได้ และไม่ควรทำก็เป็นเรื่องที่ดี เพื่อที่จะได้มีการจัดงานใหม่เหมาะสม และคุณจะได้ไม่เครียดมากจนเกินไป และเมื่อมีงานที่เหมาะสมแล้ว คุณอาจหาเวลาว่างเพิ่มเติมเพื่อตัวเอง กรณีนี้ต่างจากการพักเมื่อมีเวลาว่าง แต่หมายถึงการหาเวลาเพื่อการพักผ่อน หรือทำในสิ่งที่มีความสุขสำหรับตัวเองโดยเฉพาะ เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ทั้งนี้คุณต้องไม่ต้องรู้สึกผิดที่มีเวลาดังกล่าวด้วยนะคะ
5. เขียนบันทึกความรู้สึกของตัวเอง
คล้าย ๆ กับการคุยกับตัวเอง แต่เป็นการเขียนมันลงบนกระดาษ หรือบล็อก ฯลฯ วิธีการนี้เป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยให้คุณพบกับวิธีจัดการกับความรู้สึก และช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้
ลูกจะรู้รึเปล่าว่าคุณพ่อจะไปชลบุรี ถึงดุ๊บๆ ปลุกแม่?
ติดรถป้าหยิมมาทำงาน ป้าหยิมเองก็กำลังมีน้อง เป็นเพื่อนไอวี่เลย
ตามมาติดๆประมาณ 2-3 เดือน
แม่คิดถึงพ่อจังเลยลูก
กลัวจังว่าจะหงอยเหงาหดหู่ กลัวน้ำตาจะไหล
ตอนนี้ยังทำใจได้อยู่ เพราะเพิ่งเจอกันเมื่อเช้า
เราต้องอยู่กัน ให้ได้ใช่ไหม? แค่ 2 วันเอง
(แต่พ่อไป ตจว. บ่อยจัง)
อากาศในออฟฟิศ เย็นกำลังดี
งานแม่ไม่ค่อยจะมีให้ทำ นั่งเล่นเน็ทเรื่อยๆ
ส่วนน้านก ก็ง่วนกับการหาอะไรมาทำ (น้านกนี่ขยันจริงๆ ^^)
ไอวี่โตมาต้องขยันแบบน้านก กะอาม่านะ อิอิ
แม่สั่งซื้อชุดหลอดไฟสังฆทานมาด้วยนะ ไว้พ่อกลับมา
เรา 3 คนไปทำบุญเข้าพรรษากัน ให้หลอดไฟสว่างไสว
ให้ไอวี่ฉลาดหัวไบร์ท ชีวิตสดใสเหมือนแสงไฟนะจ๊ะ *-*
**************************************
โรคซึมเศร้ากับหญิงตั้งครรภ์
เป็นอีกหนึ่งงานวิจัยที่โยงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสภาพอารมณ์ของผู้ เป็นแม่ในขณะตั้งครรภ์กับพัฒนาการของทารกในครรภ์ เมื่อพบว่า หากระหว่างที่ตั้งครรภ์นั้น ผู้เป็นแม่ประสบกับภาวะเครียด เศร้า หดหู่บ่อย ๆ จะส่งผลให้ทารกในครรภ์มีโอกาส "ก้าวร้าว" ในช่วงวัยรุ่นสูงกว่าเด็กที่แม่มีสภาพจิตใจร่าเริงได้
ไม่เพียงเท่านั้น ผลกระทบที่เกิดจากความหดหู่ของแม่ตั้งครรภ์เมื่อส่งต่อไปยังลูกทำให้ลูกมี พฤติกรรมก้าวร้าวแล้ว ก็ยังทำให้เด็กกลุ่มนี้มีโอกาส "หดหู่-เศร้าหมอง" ในอนาคตเมื่อตนเองต้องตั้งครรภ์เป็นแม่คนด้วยเช่นกัน
ศาสตราจารย์เดล เอฟ. เฮย์ (Dale F. Hay) นักจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัย Cardiff ผู้ทำการศึกษาวิจัยในประเด็นดังกล่าวได้ระบุว่า งานวิจัยชิ้นนี้ได้ทำการเก็บข้อมูลจากครอบครัวชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในแหล่ง ชุมชน ผ่านการสัมภาษณ์ โดยเป็นเด็กวัยรุ่นชาวอังกฤษจำนวน 120 คน ในช่วงที่เด็กเหล่านั้นอายุ 4, 11 และ 16 ปี รวมถึงพ่อแม่ของพวกเขา ซึ่งในจำนวนนี้พบว่า แม่ของเด็กถึง 1 ใน 3 หรือเท่ากับ 40 คนมีอาการซึมเศร้าระหว่างตั้งครรรภ์
นักวิจัยระบุว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะครอบครัวเหล่านี้อาศัยอยู่ในเขตเมืองที่มีความจอแจ และบางแห่งก็เป็นแหล่งเสื่อมโทรม จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่อธิบายได้ว่า เพราะเหตุใดจึงทำให้ผู้เป็นแม่เกิดความรู้สึกไม่สบายใจไม่สบายกายในระหว่าง ตั้งครรภ์ได้
นอกจากนั้น จากการสัมภาษณ์เด็กทั้ง 120 คน ศาสตราจารย์เฮย์ และทีมงานระบุว่า เด็กกลุ่มที่มารดามีภาวะซึมเศร้าระหว่างตั้งครรรภ์ เมื่อเติบโตเข้าสู่วัยรุ่นมีโอกาสจะแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวได้มากกว่าเด็กคน อื่น ๆ ถึง 4 เท่า ในขณะที่เด็กวัยรุ่นซึ่งขณะตั้งครรภ์ ผู้เป็นแม่มีอารมณ์ร่าเริงมีความเสี่ยงที่จะเกิดพฤติกรรมก้าวร้าวได้น้อย กว่า โดยเธอยังได้อ้างถึงงานวิจัยในอดีตที่มีการศึกษาเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลง ทางอารมณ์ของแม่ตั้งครรภ์ว่ามีผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองของทารกในครรภ์ขึ้น มากล่าวด้วย อย่างไรก็ดี งานวิจัยชิ้นนี้ของเธอ ไม่ได้นำเรื่องยีนเข้ามาเกี่ยวข้องแต่อย่างใด
"จากงานวิจัยชิ้นนี้ ได้ชี้ให้เห็นว่า ผู้หญิงที่เคยมีประวัติด้านพฤติกรรมก้าวร้าว มีโอกาสจะเป็นโรคซึมเศร้าได้เมื่อพวกเธอตั้งครรภ์ เธอจึงเป็นคุณแม่กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการดูแลเป็นพิเศษหากจะให้กำเนิด ทารก" ศาสตราจารย์เฮย์กล่าวปิดท้าย
เพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะหดหู่ ซึมเศร้าต้องทำร้ายคุณแม่ตั้งครรภ์ดังกล่าว ทีมงาน Life & Family จึงได้มองหาแนวทางป้องกัน-แก้ไขจาก womenhealth มาฝากกันค่ะ ซึ่งได้แก่
1. จงเลือกเป็นผู้ควบคุมชีวิตของตัวเอง
เริ่มจากการสำรวจตรวจสอบรูปแบบการใช้ชีวิตของคุณ ด้วยการจดสิ่งที่คุณทำในแต่ละวันลงในกระดาษ ทั้งงานบ้าน งานที่ออฟฟิศ และงานอื่น ๆ จากนั้นก็พิจารณากิจกรรมเหล่านั้นด้วยใจที่เป็นธรรมสักนิดว่ามันเป็นกิจกรรม ที่ทำให้คุณรู้สึกพอใจหรือไม่ คุณใช้เวลาหมดไปกับสิ่งเหล่านั้นมากเกินกว่าจะหันมาสนใจตัวเอง หาเวลาให้ตัวเองหรือไม่ หรือมันเป็นงานที่คุณทำแล้วรู้สึกภาคภูมิใจกับมันหรือไม่
หากผลออกมาเป็นไม่ ก็ถึงเวลาที่คุณต้องตัดบางสิ่งออก และหันมาใส่ใจกับการให้เวลาตัวเองด้วยการเลือกทำกิจกรรมที่ตนเองชอบ สนใจ และมีความสุขแทน ซึ่งคุณก็จะได้เวลาบางช่วงกลับคืนมา เช่น ได้นอนหลับแต่หัวค่ำขึ้น ได้อ่านหนังสือที่มีประโยชน์สำหรับแม่ตั้งครรภ์มากขึ้น ฯลฯ
2. ยอมรับว่ามีบางอย่างที่คุณควบคุมไม่ได้เหมือนกัน
แม้ว่าจะผ่านข้อแรกมาด้วยการบอกว่า ให้คุณกลับขึ้นมาเป็นผู้ควบคุมชีวิตตัวเอง แต่กระนั้น การตั้งครรภ์ก็มีบางสิ่งบางอย่างที่ไม่สามารถควบคุมได้อยู่เช่นกัน เช่น อาการแพ้ท้อง ความรู้สึกหงุดหงิด การปวดหลัง ปวดขา นิ้วชา หรือการนัดหมายกับแพทย์เพื่อตรวจครรภ์ ดังนั้น ในจุดที่ควบคุมไม่ได้ ก็ยอมรับกับตัวเองว่าควบคุมไม่ได้จะเป็นผลดีต่ออารมณ์และความรู้สึกมากกว่า การปฏิบัติตัวในเชิงต่อต้าน
3. จงเป็นผู้ประเมินความรู้สึกตัวเอง
ไม่ควรปล่อยให้เป็นหน้าที่ของสามี แพทย์ เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน หรือพ่อแม่ มาเป็นผู้ประเมินความรู้สึกของคุณ เพราะคุณเองคือผู้ที่ทราบว่าคุณต้องการอะไร งานที่คุณทำหนักเพียงใด คุณพักผ่อนเพียงพอหรือไม่ รับประทานอาหารน้อยไปหรือเปล่า เพราะทั้งหมดนี้คือ การใช้ชีวิตของคุณเองในระหว่างตั้งครรภ์ จากนั้น จึงค่อยนำผลที่ประเมินได้มาขอคำปรึกษา-ความช่วยเหลือจากแพทย์ สามี หรือคนรอบข้างถึงวิธีการที่เขาเหล่านั้นจะช่วยเหลือคุณให้พ้นจากภาวะดัง กล่าว
4. อย่าเก่งคนเดียว..หาเวลาพักบ้าง
หากงานที่ทำไม่ใช่งานเฉพาะเจาะจงเช่น งานด้านกฎหมาย แต่เป็นงานทั่วไปในองค์กร การแจ้งหัวหน้างานเกี่ยวกับงานที่คุณทำได้ และไม่ควรทำก็เป็นเรื่องที่ดี เพื่อที่จะได้มีการจัดงานใหม่เหมาะสม และคุณจะได้ไม่เครียดมากจนเกินไป และเมื่อมีงานที่เหมาะสมแล้ว คุณอาจหาเวลาว่างเพิ่มเติมเพื่อตัวเอง กรณีนี้ต่างจากการพักเมื่อมีเวลาว่าง แต่หมายถึงการหาเวลาเพื่อการพักผ่อน หรือทำในสิ่งที่มีความสุขสำหรับตัวเองโดยเฉพาะ เช่น อ่านหนังสือ ดูหนัง ทั้งนี้คุณต้องไม่ต้องรู้สึกผิดที่มีเวลาดังกล่าวด้วยนะคะ
5. เขียนบันทึกความรู้สึกของตัวเอง
คล้าย ๆ กับการคุยกับตัวเอง แต่เป็นการเขียนมันลงบนกระดาษ หรือบล็อก ฯลฯ วิธีการนี้เป็นอีกหนึ่งหนทางที่จะช่วยให้คุณพบกับวิธีจัดการกับความรู้สึก และช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้
Friday, May 14, 2010
อัลตราซาวน์ครั้งแรก first see baby
ใกล้ครบระยะ 3 เดือนแล้ว ( ย่างเข้า สัปดาห์ที่ 12)
วันนี้ โดนฉีดยา แก้แพ้ เข้า สะโพกอีก 1 เข็ม TT
ช่างเป็นเรื่องหน้าเศร้าที่ต้องทำใจ สำหรับคนที่แพ้ท้องมากเหมือนคุณแม่
ทำอัลตราซาวน์ครั้งแรกแล้ว *-* / เห็นลูกหลับอยู่ ตัวนิ๊ดเดียว คุณหมอบอกว่าขนาด 5.52 CM.
คุณหมอแกล้งหนู กดเครื่องอัลตราซาวน์ไปๆมาๆเขย่าๆ โพรงมดลูก ดูหนูเป็นเด็กขี้เซาพอสมควร ^ ^
แล้วก็ตื่นมาดิ้นๆ ... แม่เห็นมือเล็กๆของหนูด้วยหละ
มันดีใจบอกไม่ถูก ... คุณพ่อยืนดูอยู่ด้วย ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชีียว
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นลูกมั๊ง ^ ^ /
อย่าดื้อมากหละ แม่ไม่อยากถูกฉีดยาบ่อยๆ
ครั้งนี้ หมดค่ารักษาไป 2,044 บาท
(เว้นไว้ใส่รูปแสกนนะ)
วันที่ 6 (สัปดาห์ที่แล้ว) แพ้ท้องรุนแรง กินไม่ได้เลย กินเท่าไหร่ อ้วกออกมาหมด
ก็โดนเจาะน้ำเกลือ ให้นอนที่ รพ. 5 ชม. ในห้องคุณแม่สุดหรู ของแผนกสูตินารีฯ
มือยังช้ำเขียวไม่หายเลย โดนฉีดยาเข้าสะโพก และยาแก้แพ้ รวม 2 เข็ม
หมดไป 5,230 บาท -*- เจ็บจี๊ดตรงค่ารักษานี่แหละ เอิ้กๆ
ยาจัดหนัก
- Dramamine 50 MG
- CPM 4 MG
- PLASIL 10 MG
- FOLIC ACID 5 MG
- VIT B6 50 MG
+ ยาฉีด 2 เข็ม
+ น้ำเกลือ + วิตามิน 1 ถุง
ปล. น้ำหนักลด 4 กก. แล้ว (ตอนนี้หนัก 50)
วันนี้ โดนฉีดยา แก้แพ้ เข้า สะโพกอีก 1 เข็ม TT
ช่างเป็นเรื่องหน้าเศร้าที่ต้องทำใจ สำหรับคนที่แพ้ท้องมากเหมือนคุณแม่
ทำอัลตราซาวน์ครั้งแรกแล้ว *-* / เห็นลูกหลับอยู่ ตัวนิ๊ดเดียว คุณหมอบอกว่าขนาด 5.52 CM.
คุณหมอแกล้งหนู กดเครื่องอัลตราซาวน์ไปๆมาๆเขย่าๆ โพรงมดลูก ดูหนูเป็นเด็กขี้เซาพอสมควร ^ ^
แล้วก็ตื่นมาดิ้นๆ ... แม่เห็นมือเล็กๆของหนูด้วยหละ
มันดีใจบอกไม่ถูก ... คุณพ่อยืนดูอยู่ด้วย ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชีียว
เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นลูกมั๊ง ^ ^ /
อย่าดื้อมากหละ แม่ไม่อยากถูกฉีดยาบ่อยๆ
ครั้งนี้ หมดค่ารักษาไป 2,044 บาท
(เว้นไว้ใส่รูปแสกนนะ)
วันที่ 6 (สัปดาห์ที่แล้ว) แพ้ท้องรุนแรง กินไม่ได้เลย กินเท่าไหร่ อ้วกออกมาหมด
ก็โดนเจาะน้ำเกลือ ให้นอนที่ รพ. 5 ชม. ในห้องคุณแม่สุดหรู ของแผนกสูตินารีฯ
มือยังช้ำเขียวไม่หายเลย โดนฉีดยาเข้าสะโพก และยาแก้แพ้ รวม 2 เข็ม
หมดไป 5,230 บาท -*- เจ็บจี๊ดตรงค่ารักษานี่แหละ เอิ้กๆ
ยาจัดหนัก
- Dramamine 50 MG
- CPM 4 MG
- PLASIL 10 MG
- FOLIC ACID 5 MG
- VIT B6 50 MG
+ ยาฉีด 2 เข็ม
+ น้ำเกลือ + วิตามิน 1 ถุง
ปล. น้ำหนักลด 4 กก. แล้ว (ตอนนี้หนัก 50)
Thursday, April 8, 2010
วันนี้ "บวม"
ตื่นตอนเช้าด้วยอาการ "บวม"
ตาบวม - จมูกบวม และหน้าบวม ใครๆก็ทักว่าวันนี้โทรมจัง
เหมือนคนร้องไห้ทั้งคืน แล้วตื่นมาตอนเช้าแบบเบลอๆ
สงสัยเมื่อคืนอ้วกมากไปหน่อย และ มีไข้หนาวสั่นอ่อนๆ > <"
My -- God --- ฉันจะต้องอยู่ในสภาพนี้อีกนานเท่าไหร่?
2-3 วันนี้คุณแม่แพ้ท้อง มากจัง ทานอาหารอะไรก็ไม่ค่อยได้ เหม็นหืน
โดยเฉพาะพวกหวานจัดๆ และ อมน้ำมันเยอะๆ ขนาดยำหมูแซ่บ ยังขย้อนออกแทบไม่ทัน
ในปาก มีรสฝาดๆลิ้น และ พะอืดพะอมอยู่ตลอดเวลา
อ้วกออกทั้งน้ำลาย น้ำย่อย น้ำมูก และน้ำตา
ไม่แปลกที่จะดู จมูกเบ่ง ตาบวม เหมือนคนเพิ่งร้องไห้มา T T
เรื่องลำบากสำหรับช่วงนี้คือ หาของกิน ยังงัยให้กินได้อย่างมีความสุข
เพราะทุกอย่างดูเหมือนไม่น่ากินไปหมด
ตาบวม - จมูกบวม และหน้าบวม ใครๆก็ทักว่าวันนี้โทรมจัง
เหมือนคนร้องไห้ทั้งคืน แล้วตื่นมาตอนเช้าแบบเบลอๆ
สงสัยเมื่อคืนอ้วกมากไปหน่อย และ มีไข้หนาวสั่นอ่อนๆ > <"
My -- God --- ฉันจะต้องอยู่ในสภาพนี้อีกนานเท่าไหร่?
2-3 วันนี้คุณแม่แพ้ท้อง มากจัง ทานอาหารอะไรก็ไม่ค่อยได้ เหม็นหืน
โดยเฉพาะพวกหวานจัดๆ และ อมน้ำมันเยอะๆ ขนาดยำหมูแซ่บ ยังขย้อนออกแทบไม่ทัน
ในปาก มีรสฝาดๆลิ้น และ พะอืดพะอมอยู่ตลอดเวลา
อ้วกออกทั้งน้ำลาย น้ำย่อย น้ำมูก และน้ำตา
ไม่แปลกที่จะดู จมูกเบ่ง ตาบวม เหมือนคนเพิ่งร้องไห้มา T T
เรื่องลำบากสำหรับช่วงนี้คือ หาของกิน ยังงัยให้กินได้อย่างมีความสุข
เพราะทุกอย่างดูเหมือนไม่น่ากินไปหมด
Friday, March 26, 2010
คุณพ่อเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009?
เมื่อคืนวานนี้คุณพ่อป่วยเป็นไข้สูงมาก คุณหมอจึงแนะนำว่า ควรแยกห้องนอนกับผู้ป่วย และรอดูอาการ 2 วันหากไข้ไม่ลดลงมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 O__O"
และอันตรายสำหรับคุณแม่ซึ่งกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ คุณพ่อกลัวหนูกับคุณแม่ติดไข้
คุณพ่อจึงขับรถพาแม่กับลูกมาส่ง ให้ค้างคืนที่บ้านอาม่า
ช่วงนี้น่าจะเป็นสัปดาห์ที่ 5-6 ซึ่งหนูน่าจะกำลังแบ่งตัวสร้างอวัยวะ ... รึเปล่าน๊า?
T _ T ไม่รู้จะต้องแยกกันกี่วัน
แม่ไม่เหงาเพราะมีหนูอยู่ในพุงเป็นเพื่อน แต่สงสารคุณพ่อที่ต้องนอนป่วยคนเดียวที่บ้านของเรา
ปล. วันนี้ช๊อปปิ้งชุดใหม่สำหรับคุณแม่มาอีก 1 ชุด
******************************************************************
ข้อมูลเพิ่มเติม
หญิงตั้งครรภ์ กับไข้หวัดใหญ่ 2009
หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 อาการแรกเริ่มจะเหมือนกับไข้หวัดทั่วไป คือมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก อาจมีอาการปวดตามตัว ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือคลื่นไส้ อาเจียน แต่เมื่อใดก็ตามที่ไข้สูง อาการเป็นมาก กินยาแล้วยังไม่ดีขึ้น ต้องรีบไปพบแพทย์ เพราะบางรายอาการอาจรุนแรงในเวลาอันรวดเร็ว จึงมีการจัดหญิงตั้งครรภ์ให้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงเมื่อเป็นโรคนี้
ถ้าถามว่าความเสี่ยงสูงอย่างไร คงเทียบได้กับความเสี่ยงในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปแล้วเป็นโรคนี้
หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ควรได้รับยารักษาโรคเร็ว ถ้ามีอาการที่น่าสงสัย เช่น ไข้สูง ปวดตามตัว ไอมาก มีน้ำมูก ร่วมกับมีประวัติเคยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ หรือตรวจคัดกรองแล้วให้ผลเป็นบวก ควรเริ่มการรักษาทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอผลการตรวจยืนยัน ซึ่งใช้เวลาหลายวัน มักแนะนำให้ยารักษาภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการ
ยาที่ให้ได้แก่ โอเซลทามิเวียร์ รับประทานเป็นเวลา 5 วัน การได้ยาเร็วมักได้ผลดี เพราะหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อนี้มีบางรายเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น โรคปอดบวม
หลายคนอาจมีความกังวลว่า ยาโอเซลทามิเวียร์จะมีผลเสียต่อทารกในครรภ์หรือไม่ จากการที่มีการใช้ยานี้ในหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่ผ่านๆ มา ยังไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ายามนี้จะมีผลเสียต่อทารกในครรภ์
แม้ว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลจะมีอัตราการแท้ง และการคลอดก่อนกำหนดสูงกว่าคนทั่วไป ส่วนใหญ่มักจะเป็นจากอาการของโรค เพราะการมีไข้สูงมากจะมีผลทำให้แห้ง หรือก่อให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ หากมีไข้สูงควรรับประทานยาพาราเซตามอล หรืออะเซตามิโนเฟน ไม่ควรรับประทานแอสไพริน
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการสร้างอวัยวะต่างๆ ของทารก การจะรับประทานยาใดๆ คงต้องพิจารณาให้รอบคอบ แพทย์มักจะชั่งน้ำหนักดูระหว่างความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจาก โรค กับผลเสียที่อาจเกิดจากยา
เมื่อใดที่เห็นว่าความเสี่ยงของหญิงตั้งครรภ์จากโรคมีสูง แพทย์ก็จะให้ยาทันที
ดังนั้นการจะให้ยาหรือไม่จึงต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป แต่ถ้าอายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป และมีอาการน่าสงสัยมากดังที่กล่าวมาข้างต้น ควรจะได้ยาโอเซลทามิเวียร์เลย โดยไม่ต้องรอผลการตรวจยืนยันเชื้อ
หญิงตั้งครรภ์ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 มาแล้ว สามารถถ่ายทอดติดไปถึงลูกในครรภ์หรือไม่ ?
แม้จะยังไม่มีข้อมูลมากพอ แต่ในทางทฤษฎีเมื่อผู้ใดติดเชื้อ จะมีช่วงหนึ่งที่ไวรัสเข้าไปในกระแสโลหิต แม้จะเพียงจำนวนน้อยและจะหายไปในเวลาอันสั้น ถ้าบังเอิญเด็กคลอดในตอนนั้น เด็กอาจได้รับเชื้อมาได้ แต่ถ้าอาการของหญิงตั้งครรภ์ดีขึ้นแล้วเด็กที่คลอดก็ไม่ควรจะติดเชื้อมาด้วย
การให้นมแม่หลังคลอด เนื่องจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ยังเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ จึงยังไม่มีหลักฐานว่าเชื้อผ่านทางน้ำนมได้หรือไม่ แต่จากรายงานต่างๆ เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล แทบไม่พบเชื้อไวรัสเหล่านั้นในกระแสโลหิต จึงไม่น่าจะมีเชื้อออกมาทางน้ำนม และการที่คุณแม่ได้ยาต้านไวรัสก็ไม่ได้เป็นข้อห้ามในการให้นมลูก
จึงแนะนำว่าเด็กควรได้รับนมแม่หากขณะที่คลอดคุณแม่ยังไม่แน่ว่าหายจากโรค หรือยัง ให้ใช้วิธีบีบน้ำนมใส่ขวด แล้วให้บุคคลอื่นเป็นคนป้อนนม ถ้าคุณแม่มีอาการคล้ายเป็นหวัด แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัยในขณะดูแลลูกหรือให้นมลูก
ข้อแนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์ทั่วไปเพื่อไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ 2009 ได้แก่ เมื่อไปจับต้องสิ่งของนอกบ้าน ต้องล้างมือทุกครั้งด้วยสบู่ หรือเจลล้างมือ เมื่อออกจากบ้านไปในที่ชุมนุมชนใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง
หากมีบุคคลในครอบครัวเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 ต้องแยกออกไปทันที หรือถ้าใครในบ้านเป็นหวัดให้ใส่หน้ากากอนามัยไว้
สำหรับการฉีดวัดซีนป้องกันโรคในหญิงตั้งครรภ์ แม้ว่าจะมีวัดซีนหลายอย่างที่มีหลักฐานชัดเจนว่าปลอดภัย เช่น วัคซีนป้องกันบาดทะยัก แต่สำหรับวัดซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่มีข่าวว่ากำลังจะนำออกมาใช้ เนื่องจากหลักฐานความปลอดภัยยังไม่ชัดเจน
จึงไม่แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ฉีดในขณะนี้
และอันตรายสำหรับคุณแม่ซึ่งกำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ คุณพ่อกลัวหนูกับคุณแม่ติดไข้
คุณพ่อจึงขับรถพาแม่กับลูกมาส่ง ให้ค้างคืนที่บ้านอาม่า
ช่วงนี้น่าจะเป็นสัปดาห์ที่ 5-6 ซึ่งหนูน่าจะกำลังแบ่งตัวสร้างอวัยวะ ... รึเปล่าน๊า?
T _ T ไม่รู้จะต้องแยกกันกี่วัน
แม่ไม่เหงาเพราะมีหนูอยู่ในพุงเป็นเพื่อน แต่สงสารคุณพ่อที่ต้องนอนป่วยคนเดียวที่บ้านของเรา
ปล. วันนี้ช๊อปปิ้งชุดใหม่สำหรับคุณแม่มาอีก 1 ชุด
******************************************************************
ข้อมูลเพิ่มเติม
หญิงตั้งครรภ์ กับไข้หวัดใหญ่ 2009
หญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 อาการแรกเริ่มจะเหมือนกับไข้หวัดทั่วไป คือมีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก อาจมีอาการปวดตามตัว ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย หรือคลื่นไส้ อาเจียน แต่เมื่อใดก็ตามที่ไข้สูง อาการเป็นมาก กินยาแล้วยังไม่ดีขึ้น ต้องรีบไปพบแพทย์ เพราะบางรายอาการอาจรุนแรงในเวลาอันรวดเร็ว จึงมีการจัดหญิงตั้งครรภ์ให้อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงเมื่อเป็นโรคนี้
ถ้าถามว่าความเสี่ยงสูงอย่างไร คงเทียบได้กับความเสี่ยงในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปแล้วเป็นโรคนี้
หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ควรได้รับยารักษาโรคเร็ว ถ้ามีอาการที่น่าสงสัย เช่น ไข้สูง ปวดตามตัว ไอมาก มีน้ำมูก ร่วมกับมีประวัติเคยสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ หรือตรวจคัดกรองแล้วให้ผลเป็นบวก ควรเริ่มการรักษาทันทีโดยไม่จำเป็นต้องรอผลการตรวจยืนยัน ซึ่งใช้เวลาหลายวัน มักแนะนำให้ยารักษาภายใน 48 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการ
ยาที่ให้ได้แก่ โอเซลทามิเวียร์ รับประทานเป็นเวลา 5 วัน การได้ยาเร็วมักได้ผลดี เพราะหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อนี้มีบางรายเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ เช่น โรคปอดบวม
หลายคนอาจมีความกังวลว่า ยาโอเซลทามิเวียร์จะมีผลเสียต่อทารกในครรภ์หรือไม่ จากการที่มีการใช้ยานี้ในหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่ผ่านๆ มา ยังไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนว่ายามนี้จะมีผลเสียต่อทารกในครรภ์
แม้ว่าหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลจะมีอัตราการแท้ง และการคลอดก่อนกำหนดสูงกว่าคนทั่วไป ส่วนใหญ่มักจะเป็นจากอาการของโรค เพราะการมีไข้สูงมากจะมีผลทำให้แห้ง หรือก่อให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้ หากมีไข้สูงควรรับประทานยาพาราเซตามอล หรืออะเซตามิโนเฟน ไม่ควรรับประทานแอสไพริน
อย่างไรก็ตาม ในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการสร้างอวัยวะต่างๆ ของทารก การจะรับประทานยาใดๆ คงต้องพิจารณาให้รอบคอบ แพทย์มักจะชั่งน้ำหนักดูระหว่างความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจาก โรค กับผลเสียที่อาจเกิดจากยา
เมื่อใดที่เห็นว่าความเสี่ยงของหญิงตั้งครรภ์จากโรคมีสูง แพทย์ก็จะให้ยาทันที
ดังนั้นการจะให้ยาหรือไม่จึงต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป แต่ถ้าอายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป และมีอาการน่าสงสัยมากดังที่กล่าวมาข้างต้น ควรจะได้ยาโอเซลทามิเวียร์เลย โดยไม่ต้องรอผลการตรวจยืนยันเชื้อ
หญิงตั้งครรภ์ได้รับเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 มาแล้ว สามารถถ่ายทอดติดไปถึงลูกในครรภ์หรือไม่ ?
แม้จะยังไม่มีข้อมูลมากพอ แต่ในทางทฤษฎีเมื่อผู้ใดติดเชื้อ จะมีช่วงหนึ่งที่ไวรัสเข้าไปในกระแสโลหิต แม้จะเพียงจำนวนน้อยและจะหายไปในเวลาอันสั้น ถ้าบังเอิญเด็กคลอดในตอนนั้น เด็กอาจได้รับเชื้อมาได้ แต่ถ้าอาการของหญิงตั้งครรภ์ดีขึ้นแล้วเด็กที่คลอดก็ไม่ควรจะติดเชื้อมาด้วย
การให้นมแม่หลังคลอด เนื่องจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ยังเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ จึงยังไม่มีหลักฐานว่าเชื้อผ่านทางน้ำนมได้หรือไม่ แต่จากรายงานต่างๆ เกี่ยวกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล แทบไม่พบเชื้อไวรัสเหล่านั้นในกระแสโลหิต จึงไม่น่าจะมีเชื้อออกมาทางน้ำนม และการที่คุณแม่ได้ยาต้านไวรัสก็ไม่ได้เป็นข้อห้ามในการให้นมลูก
จึงแนะนำว่าเด็กควรได้รับนมแม่หากขณะที่คลอดคุณแม่ยังไม่แน่ว่าหายจากโรค หรือยัง ให้ใช้วิธีบีบน้ำนมใส่ขวด แล้วให้บุคคลอื่นเป็นคนป้อนนม ถ้าคุณแม่มีอาการคล้ายเป็นหวัด แนะนำให้ใส่หน้ากากอนามัยในขณะดูแลลูกหรือให้นมลูก
ข้อแนะนำสำหรับหญิงตั้งครรภ์ทั่วไปเพื่อไม่ให้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ใหม่ 2009 ได้แก่ เมื่อไปจับต้องสิ่งของนอกบ้าน ต้องล้างมือทุกครั้งด้วยสบู่ หรือเจลล้างมือ เมื่อออกจากบ้านไปในที่ชุมนุมชนใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง
หากมีบุคคลในครอบครัวเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 ต้องแยกออกไปทันที หรือถ้าใครในบ้านเป็นหวัดให้ใส่หน้ากากอนามัยไว้
สำหรับการฉีดวัดซีนป้องกันโรคในหญิงตั้งครรภ์ แม้ว่าจะมีวัดซีนหลายอย่างที่มีหลักฐานชัดเจนว่าปลอดภัย เช่น วัคซีนป้องกันบาดทะยัก แต่สำหรับวัดซีนไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ที่มีข่าวว่ากำลังจะนำออกมาใช้ เนื่องจากหลักฐานความปลอดภัยยังไม่ชัดเจน
จึงไม่แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ฉีดในขณะนี้
Wednesday, March 24, 2010
วันชิวๆ ของการปรับตัว
4 วัน แล้ว.....ปรกติจะท้องอืดมากมาย นอนกระสับกระส่าย และคันไปทั้งตัว
ใช้ครีมบำรุงผิวทาช่วยก็ไม่บรรเทาลงสักเท่าไหร่
ไปอ่านเจอในกระทู้ เรื่องอาการคันจากผิวแห้ง เกิดจากการใช้สบู่ฟองเยอะฟอกตัว รวมถึงการอาบน้ำอุ่นจัด จึงซื้อสบู่เหลวใหม่ มาใช้ และพยายามอาบน้ำอุณหภูมิปรกติ แทนน้ำอุ่นจัด
วันนี้ตื่นนอนไม่ค่อยอ่อนเพลีย เพราะนอนหลับสบายขึ้น ไม่ค่อยคันตามผิวหนัง อาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนสบู่ เริ่มชินกับอาการท้องอืด อาจจะเนื่องมาจาก ยาลดกรดที่หมอโรคกระเพาะให้มา
อ่านเจอในกระทู้มาว่า อาการการท้องอืดระหว่างตั้งครรภ์นั้นมาจากการที่มดลูกขยายตัวไปกดทับกระเพาะอาหารและ ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจมีอาการท้องผูกร่วมด้วย
แก้ไขอาการท้องอืดทำได้โดย ทานอาหารย่อยง่าย ครั้งละน้อยๆ บ่อยครั้งขึ้น / ทานอาหารที่มีไฟเบอร์ช่วยแก้อาการท้องผูก / ทานนมเปรี้ยวเพิ่มจุลินทรีย์ช่วยย่อย และ ออกกำลังกายเบาๆ
ใช้ครีมบำรุงผิวทาช่วยก็ไม่บรรเทาลงสักเท่าไหร่
ไปอ่านเจอในกระทู้ เรื่องอาการคันจากผิวแห้ง เกิดจากการใช้สบู่ฟองเยอะฟอกตัว รวมถึงการอาบน้ำอุ่นจัด จึงซื้อสบู่เหลวใหม่ มาใช้ และพยายามอาบน้ำอุณหภูมิปรกติ แทนน้ำอุ่นจัด
วันนี้ตื่นนอนไม่ค่อยอ่อนเพลีย เพราะนอนหลับสบายขึ้น ไม่ค่อยคันตามผิวหนัง อาจเนื่องมาจากการเปลี่ยนสบู่ เริ่มชินกับอาการท้องอืด อาจจะเนื่องมาจาก ยาลดกรดที่หมอโรคกระเพาะให้มา
อ่านเจอในกระทู้มาว่า อาการการท้องอืดระหว่างตั้งครรภ์นั้นมาจากการที่มดลูกขยายตัวไปกดทับกระเพาะอาหารและ ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจมีอาการท้องผูกร่วมด้วย
แก้ไขอาการท้องอืดทำได้โดย ทานอาหารย่อยง่าย ครั้งละน้อยๆ บ่อยครั้งขึ้น / ทานอาหารที่มีไฟเบอร์ช่วยแก้อาการท้องผูก / ทานนมเปรี้ยวเพิ่มจุลินทรีย์ช่วยย่อย และ ออกกำลังกายเบาๆ
Tuesday, March 23, 2010
วันที่สาม เตรียมพร้อมกับอุปกรณ์แก้คัน!! และเครื่องสำอางค์สำหรับคุณแม่
วันที่นี้เป็น 3 ของการรับรู้ว่า มี 1 ชีวิตน้อยๆ กำลังจะมากำเนิดอยู่ในร่างกายของเรา ^^
อาการบ่งบอกเรื่องตั้งครรภ์ชัดเจนขึ้น คือ ปวดท้องตึงๆ ปัสสวะบ่อยๆ และง่วงนอน และมีอาการคันตามตัวมากขึ้น แอบไปสอบถามจากผู้มีประสบการณ์ ปรากฎว่าแต่ละคนอาจจะมีอาการที่ต่างกันไป เช่น บางคนปวดหัวมาก บางคนง่วงนอนมาก สำหรับเรา "คัน"มากกกก...เผลอเกาจนห้อเลือดเลยแย่จัง คงต้องหาครีมทาผิวซะหน่อย
สิ่งที่ต้องศึกษาเพิ่มเติมคือ เครื่องสำอางค์สำหรับคุณแม่ และโลชั่นทาผิวแก้คัน ที่เหมาะสมสำหรับหญิงมีครรภ์ คืออะไรบ้าง?
จากที่ไปตามอ่านมาจากกระทู้ ส่วนใหญ่เน้นให้ใช้ เครื่องสำอางค์ที่ไม่มีน้ำหอม หรือ ผลิตจากสมุนไพรธรรมชาติ ห้ามใช้พวกเสปรย์แต่งผม เพราะมีสารที่มีผลต่อการพัฒนาอวัยวะสืบพันธ์ของเด็กในครรภ์ ถ้าเป็นไปได้หากจะย้อมผมต้องเลือกดีๆด้วย ...Bra bra.....
จากที่สอบถามเภสัชกร ร้าน Booth เค๊าบอกให้หลีกเลี่ยงโลชั่นกลิ่นหอม และแนะนำให้ใช้ครีมของEucerin สอบถามพี่สะใภ้ พี่บอกว่าใช้ วาสลีนสิ ราคาไม่แพงและดีมาก Eucerin ก็โอนะแต่เค๊าเคยใช้ 2 อย่าง ก็คล้ายๆกัน วาสลีนประหยัดกว่า ...อืม เลยได้มา 1 ขวด หุหุ
จากที่สอบถามเภสัชกร ร้าน Booth เค๊าบอกให้หลีกเลี่ยงโลชั่นกลิ่นหอม และแนะนำให้ใช้ครีมของEucerin สอบถามพี่สะใภ้ พี่บอกว่าใช้ วาสลีนสิ ราคาไม่แพงและดีมาก Eucerin ก็โอนะแต่เค๊าเคยใช้ 2 อย่าง ก็คล้ายๆกัน วาสลีนประหยัดกว่า ...อืม เลยได้มา 1 ขวด หุหุ
วาสลีนแบบไม่มีกลิ่นหอมไว้ทาผิวแก้คัน
สอบถามเภสัชกรหน้าหมู่บ้าน เค๊าบอกว่า " ใช้ได้หมดแหละครับ เพราะถ้าใช้ไม่ได้ ข้างกล่องจะมีระบุควบคุม เช่น ... สตรีมีครรภ์ห้ามใช้" ...แต่ถ้าจะใช้พวกสมุนไพรก็นี่เลย ...เภสัชแนะนำ และแล้วก็เลยซื้อ แชมพู และ ครีมนวดผมสมุนไพรสูตรขิง + ครีมทาผิวสูตรแตงกวาสกัด ของอภัยภูเบศร์ มาลองใช้
ครีมทาผิวสมุนไพร และ ยาสระผมสมุนไพร เพื่อความปลอดภัยจากสารเคมี
เก็บตกเครื่องแต่งตัว คุณแม่มือใหม่ ^^
หลังจากพบหมอเพื่อฝากครรภ์ รีบแจ้นไปซื้อรองเท้า ชอบทั้งคู่เลยเลือกไม่ถูกถอยมา มา 2 คู่ สไตล์เดียวกันเลย อิอิ
Senso สีขาวมุก 799 บาท และ polo club สีดำ 1,850 บาท
เอาส้นเตี้ยๆ ใส่กระชับ พื้นนิ่มสวมสบาย ......และชุดเดรท สำหรับคุณแม่ชุดแรกของ Classify ลดราคา 725 บาท หุหุ กระเป๋าเบาสะบาย
และอื่นๆที่ต้องเตรียมต่อไป คือครีมทาพุงลาย เอิ้กๆๆๆ
Monday, March 22, 2010
ยินดีด้วย คุณกำลังตั้งครรภ์ ... ภาระที่ให้ความสุข?
สัปดาห์ที่ผ่านมารู้สึกว่า ท้องอืด พุงป่องๆ เจ็บคัดหน้าอก ปวดท้องบ่อยๆ แถมเจ็บคอและรู้สึกมีไข้อ่อนๆตลอดเวลา ลางานไป วันนึง แต่แอบสงสัยว่ารอบเดือนไม่มา 3 วันแล้ว ... หรือจะเป็นไข้ทับฤดู หรือจะมีน้อง?
เช้าก่อนจะไปทำงาน ม๊าโทรมาถาม ว่าหายไข้หรือยัง? เราเองก็นอนปวดท้องทั้งคืน คาดว่าน่าจะเป็นโรคกระเพาะด้วย แม่บอกว่าให้ไปตรวจเถอะ ตอนนี้ป๋าป๊าหม่าม๊าก็มาตรวจสุขภาพที่รพ.ด้วย และแกจะจองคิวให้ เราจึงตัดสินในลางานไปหาหมอที่ รพ. พระราม9
เล่าอาการและข้อสงสัยให้คุณหมอฟัง ผลจากการตรวจ เป็นโรคทางเดินอาหารอักเสบ กึ่งๆกรดไหลย้อน
และ ก่อนจะให้ยาโรคกระเพาะ คุณหมอให้ไปทำ Preg test (ตรวจปัสสาวะ) เพราะยากระเพาะบางตัวจะมีผลต่อเด็ก หากมีการตั้งครรภ์ ...แต่ประจำเดือนเพิ่งจะไม่มา 2-3 วัน ผลอาจจะคลาดเคลื่อนได้นะครับคุณหมอบอก
ใบตรวจฉี่มาแล้ว คุณหมอยิ้มแล้วบอกว่า Possitive +++
"ยินดีด้วย คุณกำลังตั้งครรภ์!!!" O__O"
วินาทีที่ได้ยิน ทั้งๆที่เตรียมใจไว้อยู่ก่อนแล้ว มันอึ้งๆบอกไม่ถูก
อากง อาม่า(อยู่ในห้องตรวจด้วย) ยิ้มกริ่มท่าทางแกจะดีใจที่ได้หลาน แต่ทำไมเรากังวัลๆก็ไม่รู้
ดีใจก็ดีใจนะ แต่กลัวจัง 5555 คงมาแล้วสินะ ภาระที่ให้ความสุข :P
และคุณหมอส่งต่อ ไปแผนกสูตินารี เพื่อฝากครรภ์ ....
ถูกเจาะเลื่อด > < และคุณหมอก็แนะนำ การปฏิบัติตัวให้ฟังยาวยืด และเอาปฏิทินวงจรการเจริญเติบโตของเด็กมาให้ดู *0* / ตอนนี้ลูกของคุณจะอยู่ตรงนี้ แบบนี้ จินตนาการถึงต้นกล้าอ่อนๆ ที่มีรากเล็กๆเกาะฝังตัวอยู่ ยังไม่แน่นหนา

1-3 เดือนจึงเป็นช่วงที่ต้องระวังตัวมากที่สุด ทั้งเรื่องการกระแทกระหว่างเดินทาง และการรับประทานยา
และคุณหมอคำนวนกำหนดคลอดให้เสร็จสรรพ ด้วยปฏิทินหน้าตาคล้ายๆแบบนี้ ยังกะแผ่นเข้มทิศดูฮวงจุ้ยแหนะเอิ้กๆ ^o^ กำหนดคลอด 28 พย. 53 บวก ลบ 2 สัปดาห์

แต่ใจเราลอยไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ ...หุหุ รู้แต่เดี๋ยวต้องหาซื้อรองเท้าส้นเตี้ยมาใส่ด่วน...
หมอให้ยาบำรุงกรดโฟลิคมากิน หมอบอกว่ามันจะช่วยลดความเสี่ยง อาการพิการของเด็กได้
( น่าจะเป็นพวกเดียวกะกรดโฟลิคนะ) หุหุ
ปล. ฝากครรภ์กับคุณหมอที่ รพ.พระราม9
ตรวจครั้งแรก พบแพทย์พูดคุย แนะนำการปฏิบัติตัว และการเจริญเติบโต รวมถึงเจาะเลือด และ กดตรวจมะเร็งเต้านม เป็นเงิน 2,757 บาท หุหุ
คุณรู้หรือไม่ว่า?
การตั้งครรภ์ถึง 50% เป็นการตั้งครรภ์แบบไม่ได้วางแผนไว้ ถ้าหากคุณแม่เพิ่งทราบว่ากำลังตั้งครรภ์และไม่เคยทานกรดโฟลิคเสริมมาก่อน ก็ไม่ต้องกังวลใจ สามารถเริ่มทานได้ทันทีและทานต่อเนื่องไปจนถึงสัปดาห์ที่ 12 ของการตั้งครรภ์
กรดโฟลิค กรดโฟลิคช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น ความผิดปกติของกระดูกสันหลัง ที่เรียกว่า Spina Bifida ช่วงเวลาที่เหมาะจะรับประทานคือช่วง 2-3 เดือนก่อนคลอด และระหว่างระยะที่ 1 ของการตั้งครรภ์ (12 สัปดาห์แรก) ในช่วงเวลาดังกล่าว จำเป็นมากที่คุณแม่จะต้องรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์และครบห้าหมู่ พร้อมทั้งรับประทานกรดโฟลิค พร้อมทั้งคุณแม่สามารถเลือกอาหารที่มีกรดโฟลิคสูงมารับประทาน เช่น ผักที่มีสีเขียวอย่างบล็อคโคลี่ กระหล่ำปลี ฝักถั่วและเมล็ดถั่ว และผลไม้ เช่น ส้ม
เช้าก่อนจะไปทำงาน ม๊าโทรมาถาม ว่าหายไข้หรือยัง? เราเองก็นอนปวดท้องทั้งคืน คาดว่าน่าจะเป็นโรคกระเพาะด้วย แม่บอกว่าให้ไปตรวจเถอะ ตอนนี้ป๋าป๊าหม่าม๊าก็มาตรวจสุขภาพที่รพ.ด้วย และแกจะจองคิวให้ เราจึงตัดสินในลางานไปหาหมอที่ รพ. พระราม9
เล่าอาการและข้อสงสัยให้คุณหมอฟัง ผลจากการตรวจ เป็นโรคทางเดินอาหารอักเสบ กึ่งๆกรดไหลย้อน
และ ก่อนจะให้ยาโรคกระเพาะ คุณหมอให้ไปทำ Preg test (ตรวจปัสสาวะ) เพราะยากระเพาะบางตัวจะมีผลต่อเด็ก หากมีการตั้งครรภ์ ...แต่ประจำเดือนเพิ่งจะไม่มา 2-3 วัน ผลอาจจะคลาดเคลื่อนได้นะครับคุณหมอบอก
ใบตรวจฉี่มาแล้ว คุณหมอยิ้มแล้วบอกว่า Possitive +++
"ยินดีด้วย คุณกำลังตั้งครรภ์!!!" O__O"
วินาทีที่ได้ยิน ทั้งๆที่เตรียมใจไว้อยู่ก่อนแล้ว มันอึ้งๆบอกไม่ถูก
อากง อาม่า(อยู่ในห้องตรวจด้วย) ยิ้มกริ่มท่าทางแกจะดีใจที่ได้หลาน แต่ทำไมเรากังวัลๆก็ไม่รู้
ดีใจก็ดีใจนะ แต่กลัวจัง 5555 คงมาแล้วสินะ ภาระที่ให้ความสุข :P
และคุณหมอส่งต่อ ไปแผนกสูตินารี เพื่อฝากครรภ์ ....
ถูกเจาะเลื่อด > < และคุณหมอก็แนะนำ การปฏิบัติตัวให้ฟังยาวยืด และเอาปฏิทินวงจรการเจริญเติบโตของเด็กมาให้ดู *0* / ตอนนี้ลูกของคุณจะอยู่ตรงนี้ แบบนี้ จินตนาการถึงต้นกล้าอ่อนๆ ที่มีรากเล็กๆเกาะฝังตัวอยู่ ยังไม่แน่นหนา

1-3 เดือนจึงเป็นช่วงที่ต้องระวังตัวมากที่สุด ทั้งเรื่องการกระแทกระหว่างเดินทาง และการรับประทานยา
และคุณหมอคำนวนกำหนดคลอดให้เสร็จสรรพ ด้วยปฏิทินหน้าตาคล้ายๆแบบนี้ ยังกะแผ่นเข้มทิศดูฮวงจุ้ยแหนะเอิ้กๆ ^o^ กำหนดคลอด 28 พย. 53 บวก ลบ 2 สัปดาห์

แต่ใจเราลอยไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้ ...หุหุ รู้แต่เดี๋ยวต้องหาซื้อรองเท้าส้นเตี้ยมาใส่ด่วน...
หมอให้ยาบำรุงกรดโฟลิคมากิน หมอบอกว่ามันจะช่วยลดความเสี่ยง อาการพิการของเด็กได้
( น่าจะเป็นพวกเดียวกะกรดโฟลิคนะ) หุหุ
ปล. ฝากครรภ์กับคุณหมอที่ รพ.พระราม9
ตรวจครั้งแรก พบแพทย์พูดคุย แนะนำการปฏิบัติตัว และการเจริญเติบโต รวมถึงเจาะเลือด และ กดตรวจมะเร็งเต้านม เป็นเงิน 2,757 บาท หุหุ
คุณรู้หรือไม่ว่า?
การตั้งครรภ์ถึง 50% เป็นการตั้งครรภ์แบบไม่ได้วางแผนไว้ ถ้าหากคุณแม่เพิ่งทราบว่ากำลังตั้งครรภ์และไม่เคยทานกรดโฟลิคเสริมมาก่อน ก็ไม่ต้องกังวลใจ สามารถเริ่มทานได้ทันทีและทานต่อเนื่องไปจนถึงสัปดาห์ที่ 12 ของการตั้งครรภ์
กรดโฟลิค กรดโฟลิคช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดความผิดปกติแต่กำเนิด เช่น ความผิดปกติของกระดูกสันหลัง ที่เรียกว่า Spina Bifida ช่วงเวลาที่เหมาะจะรับประทานคือช่วง 2-3 เดือนก่อนคลอด และระหว่างระยะที่ 1 ของการตั้งครรภ์ (12 สัปดาห์แรก) ในช่วงเวลาดังกล่าว จำเป็นมากที่คุณแม่จะต้องรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์และครบห้าหมู่ พร้อมทั้งรับประทานกรดโฟลิค พร้อมทั้งคุณแม่สามารถเลือกอาหารที่มีกรดโฟลิคสูงมารับประทาน เช่น ผักที่มีสีเขียวอย่างบล็อคโคลี่ กระหล่ำปลี ฝักถั่วและเมล็ดถั่ว และผลไม้ เช่น ส้ม
Subscribe to:
Posts (Atom)



