Tuesday, July 4, 2017

Dark Side ของไอวี่

*** Dark Side ของไอวี่ ***

ไอวี่ : AK กระซิบบอกหนูว่า BTแอบรักหนูหละ!

แม่: เหรอ ..... เชื่อมั๊ย? แล้วรู้สึกยังงัย?

ไอวี่ : ก็ไม่รู้สิ ... แต่รู้สึกว่า BT หล่อสู้ปั๊บไม่ได้เลย ตัวดำแถมฟันหลอด้วย.. ^^"
หนูคิดว่าในรร.ของหนู ไม่มีใครหล่อสู้ปั๊บได้เลย (555 ฝังใจกับหนุ่มน้อยเพื่อนเก่าในดวงใจ)

แม่: แม่คิดว่าน้อง C ที่นังข้างๆหนู ก็หล่อดีนะถึงแม้จะน้อยกว่าปั๊บนิดนึง...ว่าแต่ C นิสัยดีมั๊ย?

ไอวี่: ไม่เลย เมื่อวาน C หยิกหนูเนื้อหลุด (ทำหน้าจริงจัง)

แม่: แล้วเลือดออกมั๊ย?

ไอวี่: ไม่ออก แต่เนื้อหลุดจริงๆนะแม่

แม่: เลือดไม่ออกแสดงว่าเนื้อยังไม่หลุดหนะ เข้าใจมั๊ย? (นึกในใจโอเว่อร์จริงลูกแม่)

ไอวี่: อ้าวเหรอ? ยังไม่หลุดหรอกเหรอ? (ยิ้มเขินๆ ... )

แม่ : แล้ว C หยิกหนูทำไม ? ...วันหลังบอกเค๊านะผู้ชายแกล้งผู้หญิงไม่ดี

ไอวี่: แต่...ก็เพราะหนูไปดันเค๊าก่อน

แม่: อ้าว...ไปดันเค๊าทำไมหละ?

ไอวี่: ก็หนูนิสัยไม่ดีเอง (ก้มหน้าพูดเบาๆ )

แม่: นิสัยไม่ดียังงัย?

ไอวี่ : ก็หนูอิจฉา ... C จดการบ้านเสร็จเร็ว วิ่งไปหาครูก่อนหนูก็เลยดัน

แม่: อ้าวทำไมยังงั้นหละ? จดการบ้านเร็วกว่าทำไมต้องอิจฉา??

ไอวี่: ก็ใครส่งก่อนคุณครูจะชอบชม หนูอยากได้คำชมจากคุณครูค่ะ

แม่: โถ...ครูก็เคยพูดชมหนูนี่นา ไปดันเพื่อนแบบนั้นนิสัยไม่ดีจริงๆนะ

ไอวี่: (ทำแก้มป่องปากแหลม) แต่เมื่อวานครูยังไม่ได้ชมหนูเลย

แม่: แบ่งๆเพื่อนบ้างก็ได้นะ เป็นเด็กนิสัยดี ต้องรู้จักแบ่งปันเข้าใจมั๊ย?

ไอวี่: ก็ได้ ค่ะ... (ตอบห้วนๆ แบบไม่ค่อยเต็มใจ เท่าไหร่ ^__^")



เด็กหนอเด็ก ต้องค่อยๆสอน ค่อยๆคุย อีกนานนนน

Monday, May 22, 2017

เทคนิคท่องศัพท์เด็กประถม

เปิดเรียนมาได้ 5 วัน การปรับตัวสำหรับเด็กทางเลือกที่เข้าสู่สายวิชาการแบบเต็มรูปแบบ
เป็นการปรับแบบคุณแม่ต้องเข็นและรับแรงกดดันอยู่เหมือนกัน

การบ้านที่ได้รับมาทุกวันคือท่องศัพท์ภาษาอังกฤษพร้อมคำแปล วันละ 5-7 คำ
ท่องจำเป็นสิ่งที่ค่อนข้างน่าเบื่อ และข้างยากสำหรับเด็กลั้ลลา มีการต่อต้านเล็กๆจากลูกสาว
แม่พยายามสอน แต่ไอวี่ไม่พยายามท่องเลย วันนี้ก็เหมือนเดิม ท่องไม่ค่อยได้


แม่: ไอวี่เมื่อวานหนูท่องศัพท์ได้มั๊ย?

ไอวี่ตอบเสียงเบาๆ   : "หนูท่องไม่ผ่าน"

แม่: แล้วคนอื่นมีใครผ่านมั๊ย?

ไอวี่ : มี  (ทำหน้าเศร้าแว็บนึง)


แรกสุดคุณแม่โกรธ เพราะแม่รู้ว่าหนูทำได้แต่หนูไม่อยากทำต่างหาก
แต่จะพูดหรือโกรธไปก็ไร้ประโยชน์ หาวิธีแก้ดีกว่า
จึงได้ลองค้นหาเทคนิคการท่องศัพท์สำหรับเด็ก
และบังเอิญเจอคลิปหนึ่งจาก สาระมี Channel ใน youtube

คุณครูแนะนำให้ ชวนเด็ก เล่นเป็นเกม Hangman เค๊าจะได้สนุกและไม่รู้สึกว่าท่องศัพท์
ระหว่างเล่นมีคำใบ้แปลความหมาย เด็กจะได้ทบทวนคำไปด้วย และใครเล่นแพ้ให้คัด 10 คำ
แนะนำให้คุณแม่แกล้งแพ้ ระหว่างคัดให้ลูกช่วยบอก เด็กจะได้ทบทวนคำอีก 10 ครั้ง
เป็นวิธีที่น่าสนใจทีเดียว  วันนี้จะเริ่มลองใช้วิธีนี้ดู เผื่อจะได้ผลที่ดีขึ้น


https://www.youtube.com/watch?v=uzN-dNYZ0L4


#hangman, #เทคนิคท่องศัพท์, #เด็กประถม

Monday, April 3, 2017

วิถีเอาตัวรอด

หลังจากลูกสาวถูกตีและโดนด่าว่าเด็กบ้า / โง่ /ซื่อบื้อ แม่โมโห+สงสารลูกจนเครียดไปหลายวัน ทุกคนบอกว่าสมควรคุยกับครู วันก่อนได้มีโอกาสคุยกับครูประจำชั้น ป.1 ของลูกสาว บอกย้ำครูไปว่าเรียนแนวทางเลือกมาครูช่วยใจเย็นๆกับลูกหน่อย
ครู: คุณแม่คะ เรื่องที่จะเรียนพิเศษ....บลาๆๆ

แม่: ออ ... ขอบคุณค่ะ .. เออ..เหมือนน้องถูกตีใช่มั้ยคะ (เปลี่ยนประเด็น)

ครู: ใช่ค่ะ แต่ที่นี่ มีตีนะคะ ถ้าเด็กไม่ตั้งใจ หรือเล่นซน บลาๆๆๆๆ

แม่: เข้าใจค่ะ แต่น้องอาจไม่ได้ยินคำสั่ง น้องบอกว่าน้องไม่เข้าใจว่าครูให้ทำอะไร แล้วเค้าทำอะไรผิด. ถ้ายังงัยรบกวนคุณครูช่วยบอกเหตุผลกำชับหลังตีได้มั้ยคะ? เพราะน้องเป็นเด็กมีเหตุผล ถ้าเค้าผิดเค๊าจะไม่เสียใจค่ะ

ครู: ครูก็บอกทุกครั้งนะคะก่อนจะทำโทษ

แม่: น้องอาจไม่ได้ยิน หรือไม่ได้ตั้งใจฟังตอนนั้น. ถ้ายังงัยรบกวนคุณครูช่วยบอกเหตุผล กำชับ หลังตีทุกครั้งนะคะ เพราะลูกถูกตี แล้วเค๊าเสียใจเพราะไม่ทราบสาเหตุ แม่เองก็ทุกข์ใจร้องไห้ ลูกเจ็บเราก็เจ็บสงสารเค๊าค่ะ

ครู: โอย..คุณแม่... ไม่ได้ตีแรงอะไรมากมาย

แม่: คือน้องบอกว่าเสียใจ ที่ครูว่าเค้า "โง่ " "ซื่อบื้อ"หนะค่ะ ( ยิงประเด็นหลัก- เก็บคำว่าเด็กบ้า ไว้)

ครู: ว๊ายยย...ไม่เคยพูดค่ะ. ไม่เคยว่าเด็กโง่ มันไม่สมควรมันไม่ดี ใช่ไหมไอวี่ ( หันไปบอกไอวี่) ครูไม่เคยว่าหนูว่าโง่นะคะ ...หนูจำผิดรึเปล่า?

ไอวี่ทำหน้าเฉยๆวาดรูปใกล้ๆแม่ไม่ตอบไม่สนใจ.แม่ลูบหัวไอวี่

แม่: ครูไม่ได้ว่าหนูโง่.โอเคนะคะ
ไอวี่พยักหน้าแล้วก้มหน้าก้มตาวาดรูปต่อ

แม่: งั้นก็ดีแล้วค่ะ คุยกันจะได้เข้าใจกัน. สงสัยไอวี่จะเข้าใจผิด เคยได้ยิน ผปค. ชมว่าคุณครูเก่ง คงสอนไอวี่ให้ไม่โง่ได้อยู่แล้ว ^_^

ครู: ถ้าไว้ใจครู เรียนส่วนตัวกับครูได้นะรับรองไอวี่จะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

แม่: ยิ้มอ่อน.... (เหอๆๆ)

*********************
ระหว่างจูงลูกสาวกลับบ้าน

แม่: แม่เชื่อหนู ตกลงครูพูดว่าหนูใช่มั้ย?

ลูกสาว: (ทำหน้ามุ่ย) ใช่ครูพูดจริงๆหนูได้ยิน

แม่: แล้วทำไมไม่เถียงหละ?

ลูกสาว: เถียงครูก็โดนตีสิ ! แต่หนูไม่เข้าใจทำไมครูชอบโกหก

ลูกสาว: คราวหน้าหนูจะขอใส่เสื้อแขนยาวไป ถูกตีจะได้เจ็บน้อยๆ แม่: ..... (เออลูกเราก็คงเอาตัวรอดได้เนอะ)

Wednesday, March 8, 2017

เชื่อเรื่องดวงมั๊ย? โรงเรียนของลูก เราเลือกเองทั้งหมด

เชื่อเรื่องดวงมั๊ย? .. ส่วนตัวเชื่อค่ะ
ตัวอย่าง โรงเรียนของลูก เราเลือกเองทั้งหมดไม่ได้เพราะกึ่งนึงน่าจะมาจากฟ้าลิขิตเส้นทาง

ชั้นเตรียมอนุบาล 
พ่อแม่ไปดู รร.วัฒนานิเวศน์ รร. แนวบูรณาการแถวๆโชคชัย4 มา 2 รอบ ชอบแนวการเรียนและคุณครู (โดยเฉพาะครูนิจ) ตั้งใจเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะไปแน่นอน เอาระเบียบการมาเรียบร้อย  แต่ถัดมาไม่กี่สัปดาห์คุณแม่บังเอิญเจอเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอมา 10 กว่าปีที่สถาบันฝึกพัฒนาการเด็ก
IQ KID PLANER   เพื่อนคุณแม่แนะนำว่ามีโรงเรียนชื่ออนุบาลช้างเผือกแถวๆลาดพร้าว (ใกล้บ้านแม่เลย) บรรยากาศดี ลองไปดูมั๊ย?  แนวทางโรงเรียนแม่ไม่ได้อิน หรือชื่นชอบเลย เพราะเป็นแนวเล่นไม่เน้นเรียน ยังชอบที่เดิมมากกว่า  แต่บังเอิญบรรยากาศโรงเรียน โลโก้ ชื่อห้องเรียน และชุดคุณครูที่ดูมีตีมสีครีมเขียว ดูดี มีคอเส็ปต์ มีดีไซน์ ตรงจริตกับแม่คือชอบบรรยากาศมากๆเลยชวนพ่อมาดูโรงเรียนด้วย  พ่อดูปั๊บตัดสินใจวันนั้นว่าจะให้ไอวี่เรียนที่นี่     สุดท้าย...ก็มาเริ่มเรียนที่อนุบาลช้างเผือกจริงๆ

ชั้น อ.2 จะขึ้น อ.3
หลายๆคนกังวลว่า ป.1 จะไม่มีที่เรียน เพราะอนุบาลช้างเผือกเป็นแนวทางเลือกเด็กๆส่วนใหญ่ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จะสอบที่ไหน ถ้าไม่ติวสอบเข้ายากมาก และมีแค่ชั้นอนุบาล3 ไม่มีชั้นประถม  บวกกับปัญหาค่าเทอมที่จู่ๆขึ้นพรวดเกือบ 30
% ในปีนั้น  ดังนั้นจึงเห็นสมควรควรย้ายตั้งแต่ อ.3 เพื่อไปฝึกวิชาการเตรียมสอบ ป1. ที่ รร.อุดมศึกษา  ใช้เวลาเกือบ 1 เดือนในการพูดจาชักจูงให้ลูกอยากเปลี่ยนที่เรียน

วันที่ไปขอใบรับรองเพื่อสมัครเรียนต่อ เจอคุณครูใหญ่เรียกคุยเสนอทุนการศึกษาบางส่วนช่วยสนับสนุนให้เรียนต่ออนุบาลช้างเผือกต่อจนจบ อ.3  แต่เราเองก็ตั้งใจจะย้ายเต็มที่จึงเดินหน้าสมัครเรียนที่โรงเรียนอุดมศึกษา  ในวันที่เตรียมใบสมัครเรียบร้อยกำลังเก็บเข้าซองเพื่อไปยื่นที่ รร.ใหม่ เอกสารยังร้อนๆอยู่เลย....  จู่ๆพี่ชายโทรศัพท์มาบอกว่าให้น้องเรียนต่อที่เดิมเถอะ (เหตุผล....หลายอย่าง บลาๆๆๆ  และอนุญาตให้เราไม่ต้องทำงานวันศุกร์เพื่อให้โอกาสเรามีเวลาฝึกสอนศิลปะนอกเวลาให้เด็กๆที่ช้างเผือกด้วย )  สุดท้าย...ด้วยหลายๆปัจจัย ลูกยังคงต้องเรียนต่อที่อนุบาลช้างเผือกจนจบอนุบาล3
ขึ้น ป1.
พาไอวี่ไปสอบหลายที่มาก สาธิตประสานมิตร,พระมารดานิจจานุเคราะห์, ลาดพร้าวสองภาษา, สาธิตราม, และ พระยาประเสริฐ
ผลส่วนใหญ่สอบไม่ติด ...อย่างที่เคยคุยว่า เด็กอนุบาลช้างเผือกเป็นแนวทางเลือกเด็กๆส่วนใหญ่ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จะสอบที่ไหน ถ้าไม่ติวสอบเข้ายากมาก การสอบไม่ติดจึงเป็นเรื่องปรกติ  ยิ่งบางโรงเรียนข้อสอบโหด หรือไม่ก็คู่แข่งเยอะ

ยังโชคดีที่สอบเข้า โรงเรียนพระยาประเสริฐ (พปส.) ภาคภาษาอังกฤษ ได้คะแนนลำดับเกือบสุดท้ายที่รับ (รับ 70 ได้ที่ 68)  คุณแม่ดีใจที่ไอวี่มีที่เรียนต่อแล้ว และได้มีเพื่อนๆจากอนุบาลช้างเผือกไปเรียนด้วยกัน ที่ พปส.  แล้วเหตุการณ์เดิมๆเหมือนซ้ำสองก็เกิดขึ้น แม่เตรียมเอกสารมอบตัวที่ พปส. เรียบร้อยอีก 8 วันจะมอบตัว  จู่ๆโรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์ ที่ลูกเคยไปสอบแล้วสอบไม่ติด โทรมา บอกว่าถ้ายังประสงค์จะเรียนที่ รร.นี้ให้มามอบตัวและจ่ายเงินภายวันพรุ่งนี้  มีโอกาสให้ตัดสินใจ 1 วัน - * -   แล้วเสียงส่วนใหญ่ในครอบครัวก็ลงมติให้น้องไปเรียนที่ โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์

พูดถึง  โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์
ครั้งแรกที่ได้ยินชื่อนี้  จากเพื่อนบ้าน ที่ลูกชายเรียนอยู่เค๊าบอกว่าดีจริงๆ
ครั้งที่สอง ตอนจะย้าย รร. ชั้น อ.2  ไปดู รร .มาชอบบรรยากาศ แต่วิชาการดูเข้มๆ ครูดูขรึมๆ ก็เลยไม่ได้คิดจะไปอีก เพราะเลือกใกล้ที่ทำงานน่าจะสะดวกกว่า

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3  เหมือนจะเป็นดวง...
เพราะเมื่อต้นปี  มีเหตุให้ต้องย้ายมาอยู่แถวๆบางกะปิ
และพ่อแม่เอง มีจิตวิญญาณสายทางเลือกเยอะ ไม่เคยคิดจะพาไอวี่ไปสอบป.1 โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์   เพราะได้ยินมาว่าที่นี่สายแข็ง เร่งเรียน ข้อสอบที่นี่เด็กอ่านเอง ครูไม่อ่านให้ ลูกเราอ่านไม่ออกเขียนไม่เก่ง ยังงัยก็ไม่ติดหรอก ก็ไม่สนใจจะติดตาม...

แล้ว วันหนึ่งตอนบ่ายโมงกว่าๆ เพื่อนใจดีโทรมาบอกคุณแม่ว่า
" โรงเรียนพระมารดานิจจานุเคราะห์ อยู่ใกล้ที่พักเธอนี่เพิ่งย้ายมาไม่ใช่เหรอ และตอนนี้มีรับสมัครสอบพอดี น่าจะพาน้องไปสอบดูนะ"   เราก็บ้าจี้ ทั้งๆที่คิดว่าจะไม่พาไปสอบ ไม่รู้นึกอย่างไร กดเข้าไปดูเว็บปรากฏว่า รับสมัครวันนี้เป็นวันสุดท้าย และเปิดรับสมัครถึงบ่าย 3 โมงเท่านั้นและ สอบพรุ่งนี้เลย  ...

แว่บ
!!! ในความคิด หรือจะเป็นดวง?  ที่ทำให้เราต้องย้ายมาอยู่ใกล้ รร. และดลใจให้เพื่อนโทรมาบอกข่าววันสุดท้าย ชั่วโมงเกือบสุดท้ายแบบนี้  ?  วัดดวงละกัน!!!  ถ้าดวงไอวี่จะได้เรียนที่นี่ อ่านไม่ออกก็คงไม่ใช่ประเด็นเพราะมันคือ  "ดวงล้วนๆ"   ถ้าสอบได้ก็จะให้ไอวี่เรียนละกัน

แม่ตัดสินใจกระโดดขึ้นแท็กซี่ตัวเปล่าไปซื้อใบสมัครแบบ...งง... งง... ไปถึง รร.บ่ายสองกว่าๆ (ปิดรับสมัคร 15.00 น.) เจ้าหน้าที่ขอเอกสาร แต่เอกสารไม่มีเพราะรีบมา เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่มีเอกสารไม่สามารถขายใบสมัคร  แม่เลยบอกเค๊าไปตรงๆว่าเพิ่งรู้ข่าวไม่ถึงชั่วโมงแล้วรีบมาเลย กลัวมาไม่ทันบ่ายสาม  เจ้าหน้าที่เลยอนุโลมขายใบสมัครให้  ตอนสอบเสร็จ...ไอวี่บอกว่ามันยากม๊ากกก ... หนูมั่นใจ
!!! สอบไม่ติดหรอก เพราะหนูอ่านไม่ออกเลย ไม่รู้ว่าถามอะไร  และก็สอบไม่ติดจริงๆ แม่ก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะก็ไม่ได้ชอบสายแข็งมากมายนักแค่มาเพราะคิดว่าดวง

แต่วันนี้ ...ได้เรียน  ป.1 พระมารดานิจจานุเคราะห์เรียบร้อย เพราะ2 วันก่อนเค๊าโทรมาตามบอกมีที่ว่างสำหรับไอวี่ สนใจเรียนมั๊ย???  โทรมาก่อนที่จะไปมอบตัวอีกโรงเรียนนึง  8 วัน และแรงกระตุ้นของคนในครอบครัวคุณแม่ที่มุ่งหวังและปราถนาให้ไอวี่เรียนที่นี่นักหนา

มัน .... แปลกดีนะ






Tuesday, February 7, 2017

ไม่รับโทรศัพท์ ตัดลูกตัดแม่!!!

โอยยย เครียดได้อีก ... Deal ผู้สูงอายุ
แม่บอกว่าโทรหาเราหลายรอบ. แต่ไม่เห็นมี miss call ในเครื่อง ( กดโทรถูกรึป่าว?)
บางครั้งโทรมา ดัง 2 -3 ตู๊ดดด...รับปั๊บตัดสายทิ้งปุ๊บ ซะงั้น...( จะใจร้อนไปไหน)
เสร็จแล้วก็กดถี่ๆ สวนทางกันเข้าไป ติดบ้างไม่ติดบ้าง
อุตส่าห์โทรกลับ นึกว่าธุระอะไร ... เกือบทุกครั้ง คือแม่โทรหาเพื่อจะคุยเรื่องรายการทีวีโชว์ หรือไม่ก็เล่าข่าวอาชญากรรมมั่วๆ แล้วก็จะเป็นช่วงเวลาที่เรากำลังทำงาน.... คุยไม่นานก็งอน (สงสัยจะเหงา)
แย่ที่สุด คือ "โดนด่า" หาว่าเรารังเกียจแม่ถึงไม่รับโทรศัพท์ หรือกลัวแม่จะใช้ทำงาน พูดจาทำร้ายจิตใจได้อีก. แถมร้องไห้ทิ้งท้าย ( บาปกรรมจริง ไม่ได้อยากให้แม่ร้องไห้T T) ทิ้งท้ายไว้ว่าถ้าโทรแล้วเราไม่รับอีกจะไม่โทรหาอีกเลย ( แนวข่มขู่).และจะถือว่า เราไม่อยากรับโทรศัพท์แม่ และจะไม่ถือว่าเราเป็ลลูก (ตัดลูกตัดแม่ ว่างั้นเหอะ)

 ..... เฮ่อออ................. >~<.

สรุปแม่ฉันป่วย หรือว่าปรกติของผู้ชรา?

ดราม่าของ Baby Boommer กับ GenX และ Gen Alpha


GenX  - หม่าม๊าตัวเล็กสอบไม่ติดนะ


Baby Boommer --  อีกแล้วเหรอ? ไม่เป็นไรสอบต่อไป สอบนี่ มันยากไม่ใช่ขายขนม


Gen Alpha - ลั้นลา ลั้นลา


GenX  - มีเพื่อนของเจ้าตัวเล็กสอบไม่ติด พอเห็นว่ามีเพื่อนคนอื่นสอบติด เค๊าร้องไห้เลย ถามใหญ่ทำไมไม่ได้


Baby Boommer  - (หันไปถามหลาน) แล้วลูกร้องไห้ไหม?


Gen Alpha - หนูไม่ร้องไห้หรอก  เพื่อนที่ติดเค๊าเก่งและโชคดี หนูอาจจะโชคร้ายนิดหน่อยนะ (ยิ้มกริ่ม)


GenX  -  ใช่โชคร้ายไปหน่อย แต่.. ไม่เป็นไรเนอะ สอบไม่ติดไม่ได้หมายความว่าลูกจะไม่เก่ง ลูกแม่เก่งจะตาย (ลูบหัว)


Gen Alpha - ยิ้มแฉ่งกอดแม่ (สงสัยชอบแม่ชม+ลูบหัว)


Baby Boommer - (บ่นๆๆ) สอนแบบนี้ลูกได้งัย เด็กที่ร้องไห้หนะเก่ง มีจิตสำนึก ดูลูกมึงสิ ยังร่าเริงอยู่ได้
สอนให้เป็นสิ ชมไปทำไม? สอบไม่ได้ คนเก่งถึงสอบติด เพราะคอยถือหางแบบนี้สิ ถึงได้สอบไม่ติด ควรสอนให้เด็กขยัน มีมานะใจรู้มั๊ย
โรงเรียนก็เลือกที่เค๊าเข้มงวดจะได้เก่งๆ เลือกโรงเรียนอะไรก็ไม่รู้อ่านเขียนไม่ได้จะสอบได้งัย



GenX - ..... เงียบไว้ก่อน....... (เซ็ง... นึกในใจ สิ่งที่ถูกต้องคือ อยากเห็นหลานร้องไห้เสียใจเหรอ ?)


Baby Boommer - (หันไปบอกหลาน)  เราเองก็เหมือนกัน สอบไม่ติด ก็พยายามหน่อยอย่ามัวแต่เล่น


Gen Alpha -  ก็พยายามแล้วนี่นา (ทำหน้ามุ่ยใส่อาม่า)


GenX - ไม่เป็นไรพยายามก็ดีแล้ว เหลือสอบอีก 1 โรงเรียน โอเค๊?


Gen Alpha - โอเค


GenX - ถ้าคราวนี้สอบไม่ติดทำยังงัย?


Gen Alpha -  ก็สอบไปเรื่อยๆจนกว่าจะติดงัย


GenX -  แล้วถ้าไม่มีให้สอบ จะทำงัย? ไม่ต้องเรียนอยู่บ้านกับอาม่า?


Gen Alpha - ไม่เอา หนูไม่อยากเป็นเด็กโง่ .... เดี๋ยวหม่าม๊าก็หาที่เรียนให้หนูเองแหละ -*-


GenX -  .... ลูกเราคงไม่เครียดสินะ.... ^__^"


----- จบ -------

Wednesday, February 1, 2017

เด็กทางเลือกแข่งอะไรก็แพ้ตลอด

คุุณแม่ที่ลูกเรียนทางเลือกครึ่งทางท่านนึงให้ความคิดเห็นว่า "เด็กทางเลือกคือ loser" แข่งอะไรก็แพ้ตลอด ส่วนใหญ่เป็นเด็กที่มีเงินแต่ไม่มีที่ไป เรียนไม่เก่ง ทำอะไรไม่ได้ถึงไปเรียนเพื่อหาวิถีตัวเองว่าทำอะไรได้ ... เ่อ่อ...ฟังแล้วอึ้ง
แสดงว่าแม่ไม่อินเลยกับการเรียนสายนี้
 
"แข่งอะไรก็แพ้ตลอด" - อาจจะจริงบางส่วนเพราะเด็กทางเลือกแข่งกับตัวเอง ไม่ได้แข่งกับมาตราฐานสังคม บางครั้งก็ไม่ได้ถนัดในสิ่งประเมิน
 
หากใครเคยดูคลิปๆนึงที่ทำประชดระบบการศึกษาในอเมริกา
มีคำถามมากมาย ระบบการศึกษาสอนเด็กเหมือนๆกัน วัดผลเหมือนๆกัน ตัวอย่าง เช่น ระบบการเรียนการสอนเป็นวิถีทางการปีนต้นไม้ แต่ลูกของคุณเป็นปลาทอง ปลาทองปีนต้นไม้ไม่ได้ แล้วนั่นจะสรุปว่าปลาทองโง่ใช่ไหม? ทำไมไม่ให้ลิงที่ปีนต้นไม้เก่งๆ ไปดำน้ำแข่งกับปลาทองบ้างหละ?
เด็กทุกคนต้องเป็นลิงใช่มั๊ยถึงจะเรียกว่าเก่ง?
 
แข่งสอบเข้าบางแห่ง ต้องอ่านข้อสอบเอง ที่โรงเรียนทางเลือกไม่ได้สอนเน้นอ่านเขียนเด็กไม่ได้ฝึกฝนจะอ่านออกเขียนได้ยังลำบาก แล้วจะให้อ่านข้อสอบเองได้อย่างไร? สอบไม่ติด จึงเป็น" เรื่องปรกติ" ของเด็กทางเลือกที่ไม่ได้กวดวิชาเพิ่ม แต่จะสามารถสรุปได้หรือว่าเด็กทางเลือกโง่?
 
คุณแม่ท่านนั้นอาจจะมองข้ามความสามารถของลูกตัวเองไป หวั่นไหวกับกระแสสังคม เค๊าต่างห่างที่ทำให้ลูกเป็น loser ตัวจริง ย้ายไปเรียนในระบบกลางทางเพราะเชื่อว่าการรู้จักคิด รู้จักตัวเองเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น  การอ่านออกเขียนได้ ท่องสูตรคูณได้เร็วๆ ตั้งแต่อนุบาลจำเป็นกว่าจริงหรือ? โดยทั่วไปเด็กสามารถอ่านออกเขียนได้ ทันกันทุกคนเมื่อเรียนอยู่ชั้นประถม 2-3 จะรีบเร่งโตเป็นไก่ซีพีไปทำไม?
 
ไอวี่เอง ใจจริงแม่ก็อยากให้เรียนทางเลือกต่อไปยาวๆ แต่เรื่องจริงอีกนั่นแหละที่ โรงเรียนทางเลือกเป็นโรงเรียนสำหรับเด็กมีเงินเพราะค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเพราะเรียนทางเลือกต้องส่งเสริมการเรียนรู้หลายมิติจากประสบการณ์จริง ไม่ใช่ท่องแต่ตำรา ถึงแม้จะไม่แพงเท่าอินเตอร์ หรือนานาชาติ มันก็หืดขึ้นคอสำหรับพนักงานประจำเหมือนกัน ดังนั้นการผันสู่โรงเรียนในระบบ ก็คงเป็นเวลาอันสมควรแล้วเหมือนกันสำหรับครอบครัวเรา
 
ท้ายสุดก็ขอให้กำลังใจคนที่มีกำลัง และคิดจะส่งลูกไปทางเลือก ถ้าไหวก็ไปเถอะ ไปให้สุดกำลังเท่าที่เราทำได้แล้ว ผลลัพท์ปลายทางนั้นคุ้มค่าแน่นอน